Rechercher dans ce blog

Wednesday, March 31, 2021

พริกราคาดิ่งสวนทางผักสดราคาแพงขึ้น - เนชั่นทีวี สถานีข่าว 24 ชั่วโมง

1 เมษายน 2564 จากการสำรวจราคาผักสดที่ตลาดสดบางลำพู  เทศบาลนครขอนแก่น พบว่าระยะนี้พริกที่เคยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท ราคาลดลงกว่าเท่าตัว  พริกแดงจินดา    เดิมกิโลกรัมละ 180 บาท เหลือเพียง กิโลกรัมละ 50 บาท  พริกตุ้ม เดิมกิโลกรัมละ 180 บาท  เหลือเพียงกิโลกรัมละ  60-80 บาท   ส่วนพริกขี้หนูสวน เคยราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 100 บาท   พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างบอกว่า  สาเหตุที่ราคาพริกที่ลดลงในระยะนี้เนื่องจากมีผลผลิตมาจากหลายพื้นที่  นอกจากนี้มะเขือเทศมีราคาถูกเช่นกัน  เนื่องจากเป็นช่วงฤดูของการเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้มีสินค้าออกมาพร้อมกัน ส่งผลทำให้ราคาถูกลง  

นางทองใบ  ลือเทพ  เจ้าของร้านเม่ทองใบผักสด  กล่าวว่า  ราคาพริกที่ถูกลงสวนทางกับราคาผักสดอื่นๆที่ต่างทยอยขึ้นราคา เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนเข้าสู่ฤดูร้อนพื้นที่ส่วนใหญ่มีความแห้งแล้ง เพาะปลูกพืชผักได้ยากขึ้น  ทำให้ผักสด  เช่น ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย และผักกาด  ต่างทยอยขึ้นราคาแล้ว  คาดว่าตลอดทั้งเดือนเมษายน ราคาพืชผักจะสูงขึ้น จนกว่าจะถึงช่วงฤดูฝน  ราคาผักจะถูกลง เข้าสู่ภาวะปกติ  

"ต้นหอม ผักชี  ขึ้นฉ่ายจากที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ย กก.ละ 50 บาท ก็ขึ้นเป็น 100 บาท  ซึ่งราคาจะสูงขึ้นในช่วงเดือนเมษายน เหมือนทุกปี ลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร ก็ยังคงมาจับจ่ายตามปกติ  โดยทางร้านปรับขึ้นราคาผักสดตามกลไกของตลาด  แต่ไม่ได้ปรับขึ้นเอากำไรมาก  เพราะเห็นใจลูกค้า ก็จะบอกว่าหากฝนมา เกษตรกรจะมีการเพาะปลูก ก็จะทำให้ผักถูกลง"  นางทองใบ  กล่าว  

เรื่องโดย กวินทรา ใจซื่อ | ภาพโดย กวินทรา ใจซื่อ

Let's block ads! (Why?)


พริกราคาดิ่งสวนทางผักสดราคาแพงขึ้น - เนชั่นทีวี สถานีข่าว 24 ชั่วโมง
Read More

กองเรือยุทธการ ตามรอยพ่อนำร่อง "สวนผักรักษ์สุข" สร้างรายได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง - บ้านเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 09:49 น.

ภูมิภาค

กองเรือยุทธการ ตามรอยพ่อนำร่อง "สวนผักรักษ์สุข" สร้างรายได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันพุธ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564, 19.55 น.

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.64 พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ พร้อมด้วย นางสุนันท์ สมานรักษ์ อุปนายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมเป็นประธานเปิด “สวนผักรักษ์สุข” ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี กลุ่มชมรมภริยากองเรือยุทธการ ข้าราชการ และทหารในสังกัด ร่วมชมและศึกษาแผนการดำเนินโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ณ สวนแปลงพืชผักสวนครัว เขตบ้านพักนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองเรือยุทธการ ในฐานะหน่วยกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตกำลังพล และครอบครัว โดยโครงการ “สวมผักรักษ์สุข” ได้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพบอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชการที่ 9 มาเป็นแนวการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพล ให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีแปลงพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ สร้างผลผลิต และใช้บริโภคในครัวเรือน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในแบบยั่งยืน  

Let's block ads! (Why?)


กองเรือยุทธการ ตามรอยพ่อนำร่อง "สวนผักรักษ์สุข" สร้างรายได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง - บ้านเมือง
Read More

วัดจัดโครงการสวนพุทธเกษตรผักสวนครัว ต้นแบบใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง - บ้านเมือง

วันพุธ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.58 น.

จากสถานการณ์โควิด19 แพร่ระบาด ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนอย่างต่อเนื่อง พระครูสิริวรธรรมมาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดมะนาว ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จัดโครงการ “สวนพุทธเกษตร” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในตำบล ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การจัดโครงการ “สวนพุทธเกษตร” ของวัดมะนาว เป็นโครงการต้นแบบในการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงนำไปสู่วิถีชีวิตชุมชนของตำบลทับตีเหล็ก เป็นการจัดสร้าง เครือข่ายชุมชน ปลูกพืชผักเพื่อจำหน่าย 

ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวของชุมชนตำบลทับตีเหล็ก แล้วนำมาจำหน่ายที่วัดมะนาว ได้จัดสร้างตลาดชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนได้มาจำหน่ายสินค้าของชุมชน ในราคาพอเพียงแบ่งปันกัน แบบไม่เน้นกำไร เป็นการพัฒนาศักยภาพของชุมชนพึ่งตนเองได้ เพื่อต่อสู้กับภัยทางเศรษฐกิจและพิษของโควิด 19 ได้อย่างยั่งยืน สำหรับประโยชน์ที่ได้รับ คือความอยู่ดีกินดีของคนในชุนชน และพึ่งตนเองได้ ไม่ว่าจะพบกับสถานการณ์ใดๆก็ตาม ทางวัดมะนาวจึงได้ส่งเสริมให้มีการปลูกผักสวนครัว มีทั้ง มะนาว สาระแหน่ ตะไคร้ ต้นหอม ผักชี พริก มะเขือ ฟักทอง บวบ ถั่วฝักยาว เป็นต้น ทางวัดได้ร่วมกับชาวบ้านและผู้นำชุมชนปลูกเอาไว้บริเวณรอบพื้นวัดจำนวนมาก โดยมีนักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านในชุมชน ตำบลทับตีเหล็ก จำนวน 6 หมู่บ้าน เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก  

จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานได้ร่วมกันปลูกผักสวนครัวในพื้นที่บริเวณวัดมะนาว ซึ่งต่อไปจะนำเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า พืชผักสวนครัวชนิดต่างๆ ไปแจกให้กับชาวบ้านในชุมชนนำไปปลูกที่บ้าน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ทางด้านการเกษตรไปคอยให้คำแนะนำการปลูกผักสวนครัวให้ได้ผลิตดี แล้วให้ชาวบ้านนำเอาผลผลิตผักสวนครัวมาจำหน่ายที่ตลาดชุมชนภายในวัด เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้ของพรหลวงพ่อโบ้ย พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดมะนาว ซึ่งทางวัดมะนาวได้สร้างตลาดชุมชนให้เป็นสถานที่จำหน่ายผักสวนครัว เป็นซุ้มๆ เพื่อให้ชาวบ้านนำผักสวนครัวมาขายได้ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เพื่อให้คนชุมชนได้มีรายได้ เป็นตัวอย่างให้ชุมชนต่างๆได้ศึกษาเป็นแนวทางพัฒนาต่อยอดไปใช้ในชุมชนของตัวเอง    

สำหรับวัดมะนาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโบ้ย พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดมะนาว อย่างต่อเนื่อง ทางวัดจึงได้จัดโครงการพุทธเกษตรขึ้นโดยการจัดพื้นที่ในบริเวณวัดส่วนหนึ่ง ปลูกพืชผักการเกษตรเน้นผักสวนครัว และส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนปลูกผักสวนครัว แล้วนำมาขายให้กับนักท่องเที่ยวที่วัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อลดปัญหาค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้แก้ชาวบ้านในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป 

Let's block ads! (Why?)


วัดจัดโครงการสวนพุทธเกษตรผักสวนครัว ต้นแบบใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง - บ้านเมือง
Read More

ร้อนแล้งจัดกระทบเกษตรกรปลูกผักสลัดเพลี้ยแมลงระบาดผักโตช้ากว่าปกติ - เดลีนีวส์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่รอนและแล้งจัดในช่วงนี้ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักสลัดในพื้นที่บ้านโนนระเวียง ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เนื่องจากเกิดปัญหาเพลี้ยแมลงระบาดกัดกินใบผักเสียหาย รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนจัดยังทำให้ผักเจริญเติบโตช้ากว่าปกติอย่างมาก

นายวีรชิต อรินเป็ง อายุ 27 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกผักสลัดบ้านโนนระเวียง บอกว่า สภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัดนั้นทำให้เกิดเพลี้ยและแมลงขนาดเล็กระบาดในแปลงผักหนักกว่าในช่วงที่สภาพอากาศปกติ ทำให้ต้องหมั่นใช้สารชีวภาพกำจัดศัตรูพืชมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการให้น้ำก็ต้องคอยดูแลให้น้ำตลอดทั้งวัน เพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นผักก็จะแห้ง มีรสขม ไม่เป็นที่นิยมของตลาด และอาจถึงขั้นยืนต้นตายได้ นอกจากนี้ในช่วงที่อากาศแล้งเช่นนี้ต้องหมั่นดูแลเพิ่มจุลินทรีย์ในดินมากกว่าปกติด้วย เพราะสภาพดินในช่วงนี้นั้นจะแห้งจุลินทรีย์ในดินจะลดน้อยกว่าปกติ

ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่แห้งแล้งยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตของผักสลัดอย่างมาก เพราะผักจะโตได้ช้ากว่าปกติ หากเปรียบเทียบจะพบว่าในช่วงที่สภาพอากาศเย็น ผักสลัดจะได้เวลาประมาณ 45 วัน แต่ในช่วงนี้ต้องใช้เวลามากถึง 60 – 70 วันเลยทีเดียว ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องลดพื้นที่เพาะปลูกลง เพราะดูแลไม่ไหว รวมถึงผลิตที่ได้น้อยกว่าช่วงปกติอย่างมาก

Let's block ads! (Why?)


ร้อนแล้งจัดกระทบเกษตรกรปลูกผักสลัดเพลี้ยแมลงระบาดผักโตช้ากว่าปกติ - เดลีนีวส์
Read More

Tuesday, March 30, 2021

กองเรือยุทธการ เปิด "สวนผักรักษ์สุข" พร้อมจัดงานวันเด็กในพื้นที่สัตหีบ - ไทยรัฐ

31 มี.ค. 2564 09:03 น.

ผบ.กองเรือยุทธการ เปิด "สวนผักรักษ์สุข" ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว พร้อมจัดกิจกรรมวันเด็กในรูปแบบ New Normal มอบกำลังใจ ความห่วงใยให้เด็กนักเรียน และเด็กพิเศษ ในพื้นที่สัตหีบ

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.64 พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ คุณสุนันท์ สมานรักษ์ ประธานชมรมภริยากองเรือยุทธการ ร่วมพิธีเปิด "สวนผักรักษ์สุข" ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ณ บริเวณพื้นที่บ้านพักนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กร. เป็นสวนผัก จากการร่วมใจกันระหว่างกำลังพลในกองเรือยุทธการ และชมรมภริยากองเรือยุทธการ ที่อยากจะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว ในกองเรือยุทธการ ให้สามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิต ก่อให้เกิดรายได้ ลดรายจ่าย ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ตาม "ศาสตร์พระราชา" ซึ่งก็คือองค์ความรู้ของพระราชา ที่พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ได้พระราชทานแนวคิด "หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ให้กับคนไทยมากว่า 40 ปี

ข่าวแนะนำ

เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกระดับ นับเป็นบุญของประชาชนชาวไทยอย่างมากที่ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ โดยหลักเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งมีความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ดังนั้นการที่กองเรือยุทธการอนุมัติให้จัดตั้ง "สวนผักรักษ์สุข" ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับกำลังพลทุกคนอย่างมากที่จะได้ทำความเข้าใจ "ศาสตร์พระราชา" ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ในสถานที่แห่งนี้ อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดย "สวนผักรักษ์สุข" จะมีการปลูกผักสวนครัวต่างๆ จำหน่ายให้ครอบครัวกำลังพลมาซื้อได้ในราคาถูก และเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ให้กับกำลังพลที่จะนำผักไปปลูกเองภายในบ้านพัก เพื่อลดค่าใช้จ่าย และได้ผักปลอดสารมาบริโภคในครัวเรือนได้

จากนั้น พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ชมรมภริยากองเรือยุทธการ ผู้แทนบริษัท คิงส์ เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ประกอบด้วย การมอบของขวัญ ของเล่น ให้นักเรียนโรงเรียนสัตหีบ เขตกองเรือยุทธการ จำนวน 920 คน และมอบของขวัญ ของเล่น และเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้เด็กพิเศษ มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ จำนวน 220 คน เพื่อมอบความห่วงใย สร้างกำลังใจให้เด็กในพื้นที่สัตหีบ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กองเรือยุทธการจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมวันเด็กที่จัดเป็นประจำในวันเสาร์ที่สองของสัปดาห์ในเดือนมกราคมของทุกปี เป็นการแจกของขวัญ ของเล่น ให้กับเด็ก และนักเรียนในพื้นที่สัตหีบ รวมถึงจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ในรูปแบบ NEW NORMAL เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยพิจารณาถึงโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่กองเรือยุทธการ รวมถึงมูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ที่เป็นสถานที่ดูแลเด็กพิเศษหรือเด็กที่มีปัญหาความบกพร่อง ไม่ว่าจะด้านร่างกาย การเรียนรู้อีกด้วย

กองเรือยุทธการยังคงให้ความสําคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่เป็นความหวังและเป็นพลังสําคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต ตามคําขวัญวันเด็กประจําปี 2564 ที่ว่า "เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ด้วยภักดีมีคุณธรรม".

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)


กองเรือยุทธการ เปิด "สวนผักรักษ์สุข" พร้อมจัดงานวันเด็กในพื้นที่สัตหีบ - ไทยรัฐ
Read More

Monday, March 29, 2021

พระราชทานพันธุ์ผัก ให้ 10 ชุมชนนำร่อง - มติชน

การเคหะแห่งชาติจัดพิธีรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำไปปลูกใน 10 ชุมชนนำร่อง ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในมิติเกษตรชุมชนยั่งยืน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติจัดพิธีรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีฯ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ และผู้อยู่อาศัยในชุมชน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2564 ณ อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการจ้างงาน บางคนมีรายได้ลดลง บางคนถูกเลิกจ้าง การเคหะแห่งชาติมีความห่วงใยต่อผู้อยู่อาศัยในชุมชนที่อยู่ในความดูแล จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและด้านสังคม รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้บูรณาการความร่วมมือกับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในมิติเกษตรชุมชนยั่งยืน เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมทั้งพัฒนาให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมิติเกษตรชุมชนยั่งยืน โดยประสานงานกับศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เพื่อขอรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ เพื่อนำไปปลูกในโครงการนำร่อง 10 โครงการมีสมาชิกที่เข้ารับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก จำนวน 143 คน ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า 2 จำนวน 10 คน โครงการบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม จำนวน 6 คน โครงการเคหะชุมชนพูนทรัพย์ จำนวน 19 คน โครงการบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 จำนวน 26 คน โครงการบ้านเอื้ออาทรคลอง 10/2 จำนวน 10 คน โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อาคารแปลง G จำนวน 15 คนโครงการเคหะชุมชนบ่อนไก่ จำนวน 10 คน โครงการเคหะชุมชนเทพารักษ์ 3 จำนวน 13 คน โครงการบ้านเอื้ออาทรบางพลี จำนวน 7 คน และโครงการบ้านเอื้ออาทรบางขุนเทียน จำนวน 27 คนซึ่งนอกเหนือจากการปลูกผักไว้รับประทานในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้และลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง สำหรับเมล็ดพันธุ์ผักที่ได้รับพระราชทาน 1 ชุด มีเมล็ดพันธุ์ผัก 10 ชนิด ได้แก่ ถั่วพู ฟัก บวบเหลี่ยม ฟักทอง ถั่วฝักยาว พริกขี้หนูพื้นบ้าน ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1 ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1 มะเขือเจ้าพระยา และแตงกวา

“การเคหะแห่งชาติขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและซาบซึ้งในพระเมตตาที่ได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ จากโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เพื่อให้ชาวชุมชนในโครงการนำร่องของการเคหะแห่งชาติทั้ง 10 โครงการ จำนวน 143 คน ได้มีพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ สามารถนำพันธุ์ไปขยายหรือปลูกเองได้ในอนาคต รวมทั้งสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพให้กับครัวเรือน สร้างความแข็งแรงมั่นคงให้เกิดกับตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน” นายทวีพงษ์ กล่าวท้าย

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จอดป้ายประชาชื่น : กังวลวัคซีนการเมือง
บทความถัดไปทนายนรเศรษฐ์ เล่าบรรยากาศห้องพิจารณาคดี ‘สมยศ’ ขอศาลมอบโทษประหาร ‘ไมค์’ ร่ำไห้ ต้องการความยุติธรรม

matichon

Let's block ads! (Why?)


พระราชทานพันธุ์ผัก ให้ 10 ชุมชนนำร่อง - มติชน
Read More

ผัก "เมดิคอลเกรด" บูม แนะเกษตรรุ่นใหม่เพิ่มมูลค่า - ประชาชาติธุรกิจ

การปลูกพืชแบบโรงเรือนระบบปิด

ยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับเกษตรกรไทยในการปลูกพืชแบบโรงเรือนระบบปิด หรือ
“แพลนต์แฟคตอรี่” ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้และการปรับตัวอย่างมาก “กฤษณะ ธรรมวิมล” ผู้ก่อตั้งบริษัท MARS ONE Plant Factory Startup ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

หลังจากได้ทุนทำงานวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เพื่อสร้างอาชีพใหม่ ได้บุกเบิกการปลูกพืชแบบแพลนต์แฟคตอรี่จนประสบความสำเร็จ และมองว่าธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตสูง

“กฤษณะ” บอกว่า บริษัท MARS ONE Plant Factory Startup ถือว่าเป็น startup เจ้าแรกในไทยที่สร้าง plantfactory เชิงพาณิชย์ และกำลังจะทำพื้นที่ปลูกรวมถึงวางแผนไว้ในอนาคตจำนวน 6 สาขา ในชื่อแบรนด์ตามสถานที่ตั้ง

กฤษณะ ธรรมวิมล

ซึ่งแต่ละสาขามีลักษณะแตกต่างกันออกไป ได้แก่ 1.วังรีเฟรช (Wangree Fresh) ตั้งอยู่หมู่บ้านวังรี จ.นครนายก ซึ่งจะย้ายมาอยู่พื้นที่เขตกรุงเทพฯเร็ว ๆ นี้ 2.เชียงใหม่เฟรช (Chiang Mai Fresh)

เป็นฟาร์มปลูกผักสำหรับร้านอาหารในท้องถิ่นและชาวต่างชาติ 3.ภูเก็ตเฟรช (Phuket Fresh) มีพื้นที่ประมาณ 400 ตร.ม. มีเอาต์เลตจำหน่ายผัก เฉลี่ยเบื้องต้นทั้ง 3 สาขา จะสร้างกำไรสาขาละประมาณ 50 ล้านบาท/ปี

ส่วนสาขาที่ 4.พัทยาเฟรช (Pattaya Fresh) และ 5.บางกอกเฟรช(Bangkok Fresh) โดยบางกอกเฟรชจะมี 4 สาขาย่อยที่อยู่ในระหว่างการสำรวจและวางแผน คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปี เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์จะสามารถสร้างกำไรได้มากกว่า 100 ล้านบาท/ปี

สำหรับ economies of scale ของการปลูกแต่ละสาขาจะใช้พื้นที่ต่อโรงเรือนประมาณ 40 ตารางวา หรือ 10 x 18 เมตร เงินลงทุนอยู่ที่ 5 ล้านบาท ปลูกผักได้ประมาณ 5 หมื่นต้น/เดือน หรือให้ผลผลิตประมาณ 5 ตัน/เดือน เทียบเท่ากับการปลูกผักปกติ 10 ไร่ และใช้แรงงานเก็บผักเพียง 3 คน เฉลี่ยเก็บผลผลิตได้ 160 กก./วัน

“ตอนนี้แพลนต์แฟคตอรี่มีอัตราการเติบโตปีละเท่าตัว ผักไม่พอขายในช่วงโควิด-19 ออร์เดอร์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่โรงเรือนเท่าเดิม เพราะซัพพลายบางอย่างในการก่อสร้างขาดแคลน

ทำให้ไม่สามารถทำโรงเรือนเพิ่มได้ แต่ธุรกิจก็มีการขยายตัวไปยัง สปป.ลาว ที่เวียงจันทน์ และสิงคโปร์ ในเวียงจันทน์จะเป็นการนำเทคโนโลยีแพลนต์แฟคตอรี่ไปติดตั้งและเปิดเป็นศูนย์จำหน่ายผัก

ภายใต้ชื่อ เวียงจันทร์เฟรช (Vientiane Fresh) จะเริ่มดำเนินการเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ส่วนที่สิงคโปร์มีข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิตที่แพงกว่าในไทย จึงเป็นการส่งออกผักสดจากฟาร์มในไทยมากกว่าไปลงทุนด้วยตัวเอง มีฟาร์มแพลนต์แฟคตอรี่เป็นเหมือนโชว์เคส (showcase) ไว้ให้คนเข้ามาเรียนรู้เท่านั้น”

นายกฤษณะเล่าว่า แพลนท์แฟคทอรี่ในประเทศไทยเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงที่คนไทยหันมาสนใจรักสุขภาพมากขึ้น แต่อยู่ในวงสนใจของคนกรุงเทพฯมากกว่าคนต่างจังหวัด กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่มาอยู่ในประเทศไทย

ฉะนั้น ตลาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยอันดับ 1 คือ ภูเก็ต 2 กรุงเทพฯ และ 3 พัทยา เป็นลูกค้าประเภท niche marketing กว่า 80% ส่วนที่เหลือ 20% เป็น mass market

“อันที่จริงตลาดเรามีทุกระดับ ทุกรูปแบบ แต่ไม่มีผลผลิตพอส่งขายทั้งที่ขายได้ราคาดีด้วย ถ้าขายในราคาเหมือนผักทั่วไปตามท้องตลาดจะได้กำไรอยู่ประมาณ 70-150%

และสาเหตุที่กลุ่มเป้าหมายหลักอันดับ 1 เป็นจังหวัดภูเก็ตนั้น เพราะมื้ออาหารของชาวยุโรปทั่วไปจะกินผักประมาณ 60% โปรตีน 40% คนจีนและสิงคโปร์กินผัก 70% โปรตีน 30%”

ทั้งนี้ การปลูกผักแบบแพลนต์แฟคตอรีเป็นการปลูกผักที่เรียกว่า เมดิคอลเกรด (medical grade) ใช้น้ำดื่ม RO (reverse osmosis) ในการปลูกโรงเรือนแบบระบบปิด 100% สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 21-30 วัน ปลูกผักได้ถึง 15 รอบ ใน 1 ปี รวมมีการควบคุมองค์ประกอบหลักในการปลูก 5 อย่าง คือ

แสง คาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิ/ความชื้น ธาตุอาหาร และกระแสลมในระบบ ต่างจากการปลูกพืชในดินปกติที่ใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน

นับเป็นทิศทางธุรกิจที่ดีสำหรับการปลูกพืชแบบแพลนต์แฟคตอรี่ในประเทศไทย แม้ตอนนี้อัตราการเติบโตของแพลนต์แฟคตอรี่อันดับ 1 ของโลกจะอยู่ที่อเมริกา

“ปัญหาการปลูกพืชแบบแพลนต์แฟคตอรี่่ไม่ใช่เรื่องคู่แข่งหรือตลาดผู้บริโภค เพราะถ้าทำได้มีกำไรและขายได้แน่นอน แต่อยู่ที่เงินทุนและการปรับตัวรูปแบบของเกษตรกร ซึ่งการลงทุนนั้นค่อนข้างสูงในมุมของเกษตรกรทั่วไป

ถ้าต้องลงทุนถึง 5 หมื่นบาทก็คิดหนักแล้ว และ plant factory ลงทุนระบบโรงเรือนขั้นต่ำประมาณ 5 ล้านบาท จึงเหมาะกับธุรกิจแบบ startup โดยเฉพาะ young smart farmer เด็กรุ่นใหม่อายุ 20-35 ปี

เรียนรู้เรื่องนี้ได้เร็ว สามารถกลับไปสอนพ่อแม่ และนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดโอกาสได้ นับเป็นทิศทางธุรกิจที่ดีสำหรับการปลูกพืชแบบแพลนต์แฟคตอรี่ในประเทศไทย”

Let's block ads! (Why?)


ผัก "เมดิคอลเกรด" บูม แนะเกษตรรุ่นใหม่เพิ่มมูลค่า - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

Sunday, March 28, 2021

สำรวจตลาดสี่มุมเมือง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว พริกซุปเปอร์ฮอต ขายดียอดไม่เคยตก - ไทยรัฐ

"ตอนนี้คนเข้าไปซื้อหน้าสวนน้อยมาก ไม่เหมือนตอนส่งออก ล้งจะมีรถไปรับผลไม้ถึงที่ แต่พอส่งออกไม่ได้ ก็มาตันอยู่ที่พ่อค้าคนกลางอย่างเรา พอคนสวนไม่มีที่ระบายเราก็ต้องช่วย และปีนี้มะม่วงถูกมาก เพราะผลผลิตเยอะ ปีนี้คนไทยจะได้กินมะม่วงที่สวยและอร่อย เพราะว่าไม่มีล้งหรือคนมาตัดเกรดส่งออก"

ที่สำคัญปีนี้มะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงต่างๆ ที่รับซื้อหน้าสวนถูกมาก เช่นปีที่แล้วรับซื้อหน้าส่วนที่กิโลกรัมละ 30 บาท แต่ปีนี้โดยเฉพาะเดือนมีนาคมที่ผ่านมาลงมาอยู่แค่กิโลกรัมละ 10 บาท ราคาลดลงถึง 20% แม้จะรับซื้อมาถูกเราก็ไม่ได้ขายแพง มีเท่าไรก็รับซื้อหมดเพราะต้องการช่วยชาวสวนระบายสินค้า มะม่วงน้ำดอกไม้ส่วนใหญ่ที่เห็นจะรับมากจากพิษณุโลกบ้าง สระแก้วบ้าง

จากนั้นก็แวะไปชวน เฮียชัย และ เจ๊ทิพย์ เจ้าของแผงลุ้ย หรือผักกาดขาว และกะหล่ำปลี ซึ่งขายผักแค่ 2 ชนิดตลอดทั้งปี ทำให้เราสงสัยว่าเขาไปหาผักกาดขาว และกะหล่ำปลีมาขายทั้งปีได้อย่างไร ทั้งคู่เล่าให้ฟังว่า ปกติผักพวกนี้จะมาจากภาคเหนือ เชียงใหม่บ้าง แม่ฮ่องสอนบ้าง เพราะช่วงนี้ มี.ค.-เม.ย.เป็นหน้าของเขา แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะหาจากขอนแก่นบ้าง คือ เราก็ต้องหาผักพวกนี้มาเติมอยู่เรื่อยๆ

ถ้าถามว่าช่วงไหนกะหล่ำปลีราคาแพง ก็คิดว่าน่าจะช่วงฤดูฝน เพราะช่วงนั้นผลผลิตไม่สวย และที่สำคัญจะหาสวยๆ คือยากมาก จากเกษตรกรที่ปลูกได้ไร่ละ 5 ตัน ก็เหลือแค่ 3 ตันเท่านั้น

เฮียชัย บอกอีกว่า ช่วงโควิดที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไร เรามีลูกค้าค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงแรมก็มีบ้าง ที่สำคัญเลยแม่ค้าพ่อค้ารายย่อย เช่น รถกับข้าว หรือ รถพุ่มพ่วง ที่สำคัญเลยผัก 2 ชนิดนี้ขายดีตลอดทั้งปี เพราะเป็นผักที่ครัวขาดไม่ได้ ต้องมีติดบ้านอยู่ตลอด เรียกได้ว่าเป็นผักคู่ครัวคนไทยเลยทีเดียว

"ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ผมเน้นมาตรฐานการดูแลลูกค้า เช่น ลูกค้าบอกว่าอยากได้กะหล่ำปลีไซส์นี้กี่กิโลกรัม ตัดแต่งอย่างไร แค่จ่ายเงิน และบอกทะเบียนรถผมก็จะให้ลูกน้องไปส่งให้ถึงที่เลย อีกอย่างถ้าตลาดสะอาดสะอ้าน มีที่จอดรถเป็นระเบียบ ใครๆ ก็อยากมาซื้อ อย่างผมขายที่นี่มา 24 ปี พอตลาดสี่มุมเมืองปรับปรุงใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50%"

เฮียชัย บอกอีกว่า ร้านเราเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แทบไม่มีวันหยุด ยอดขายกะหล่ำปลีและผักกาดขาวรวมๆ กันก็ประมาณ 10 ตันขึ้นไป ส่วนใหญ่เส้นทางของผักพวกนี้จะถูกส่งไปกรุงเทพและปริมณฑล

ถ้าถามว่าผัก 2 อย่างนี้มีช่วงเวลาถูกไหม ก็ต้องมีเป็นธรรมดา ซึ่งเกษตรกรบางรายก็เลือกที่จะไม่ตัดขาย แต่ปล่อยทิ้งเอาไว้ก็มี เพราะคิดว่าถ้าตัดมาขายก็ไม่คุ้มค่ารถ ค่าขนส่งในแต่ละครั้ง เช่น จากเชียงใหม่มาขายที่กรุงเทพฯ ใช้รถขน 6 ล้อก็ตกเที่ยวละ 9,000-10,000 บาท ในขณะที่ราคารับซื้อหน้าสวนไม่เกินกิโลกรัมละ 3 บาท

บางคนแบกรับไม่ไหวก็ต้องปล่อยทิ้งให้เน่า และจังหวะนั้นอาจจะไม่มีพ่อค้าคนกลางเข้าไปรับซื้อ แต่ช่วงเวลากะหล่ำปลีแพงก็มีกิโลกรัมละ 80-100 บาทก็มีมาแล้ว แต่อย่างที่เคยบอก คนก็ซื้อเพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร

โควิดรอบ 2 ทำยอดขายตก 60%

พ่อค้าสุดชิค ที่ขายต้นหอม ผักชีลาว ผักชีใบเลื่อย และตั้งโอ๋ บอกกับ "เศรษฐินีศรีราชา" ว่าของส่วนใหญ่มาจากพิษณุโลก บางส่วนก็ปลูกเอง และรับมาจากคนในหมู่บ้านเดียวกัน พอขากลับจากพิษณุโลกก็จะรับของจากตลาดสี่มุมเมืองกลับไปขายที่บ้านด้วย

ส่วนช่วงโควิด-19 ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน จากที่เคยขายต้นหอมได้วันละ 500 – 600 มัด ตอนนี้เหลือ 200 – 300 มัด เรียกได้ว่า หายไปครึ่งหนึ่งเลย เราเองก็ต้องลดปริมาณของที่รับมา ถ้าเรารับมาเยอะ เราก็ขาดทุนเยอะ ก็พยายามเอามาขายให้หมดภายในวันนี้

"แม้จะมีลูกค้ามาทุกวัน แต่กำลังซื้อเขาน้อยลง จากเดิมที่เคยใช้ 10 กิโลกรัม แต่วันนี้ซื้อแค่ 3-5 กิโลกรัม บางคนจากที่เคยมาทุกวันกลายเป็นมาแค่วันเว้นวัน ส่วนลูกค้าประจำคือซื้อไปขายตลาดนัดบ้าง รถเร่ และขายแผงตามข้างนอก เอาตรงๆ นะ โควิดรอบ 2 เนี่ยกระทบเราสุดๆ ยอดขายรอบนี้ตกไปประมาณถึง 60% เราก็ต้องปรับตัวด้วยการลดรายจ่ายลง ประหยัดเงินเอา"

ยอดขายพริกไม่เคยตก แม้มีโควิด

พี่สาวคนสวยจากร้านตี๋เล็ก พริกสด เล่าว่า โควิด-19 ทำอะไรพริกไม่ได้เลย เพราะว่าพริกเผ็ด และพอจะต้านพวกไข้หวัด หรือพวกเชื้อไวรัสได้บ้าง เพราะว่ามันร้อน เราเอามาประมาณ 300 ถุงต่อวัน ก็ขายหมด เรารับมาจากเกษตรกรเลย ซึ่งพริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอต ที่ขายอยู่นี้เก็บได้นาน และหากปลูกในไทยก็จะเก็บได้นานที่สุดด้วย ถ้าเทียบกับพริกซุปเปอร์ฮอต ที่นำเข้าจากจีน เมียนมา และกัมพูชา

ส่วนที่ขายอยู่นี่ ก็เป็นพันธุ์ซุปเปอร์ฮอตที่ปลูกในจังหวัดอุบลราชธานี รสชาติเผ็ด เอาไปทำได้ทุกอย่างเลย ตำส้มตำก็ได้ เม็ดจะอวบๆ แข็งๆ ตอนนี้ขายกิโลละ 25 บาท ช่วงที่พริกแพงๆ เลยเป็นเพราะพริกที่ปลูกในเมียนมาและกัมพูชาไม่เข้า เลยทำให้ของขาดตลาด เพราะจริงๆ แล้ว พริกในไทยเมืองไทยบริโภคไม่เพียงพอ วันนึงขายได้ประมาณ 3-4 ตัน หรือประมาณ 3-4 พันกิโล ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนตัด หรือคนที่มาขายของแบบเราเขาก็จะรับเอาไปขายต่อ และก็ขาจร เราขายทุกวันไม่หยุดเลย

สุดท้ายก่อนเดินทางออกจากตลาดสี่มุมเมือง "เศรษฐินีศรีราชา" ได้พบ ปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการตลาดสี่มุมเมือง เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่มีโควิด-19 ก็ทำให้คนไม่อยากมาเดินตลาด ไม่ใช่แค่ตลาดสี่มุมเมือง แต่เป็นเกือบทุกตลาดในประเทศไทย แต่ปรากฏว่าผัก ผลไม้ ที่เกษตรกรปลูกขายก็ยังมีเท่าเดิม โจทย์ของเรา คือ จะทำยังไงให้คนกลับมาเดินตลาด

ที่ผ่านมา พ่อค้าแม่ค้า ขายสินค้าหมดทุกวัน แต่อาจจะขายในราคาที่ต่ำลง พอโควิดเริ่มจาง ผู้ซื้อเริ่มกลับมาเดินเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ซื้อในปริมาณมากเท่ากับสถานการณ์ปกติ ที่ผ่านมา ผู้ซื้อสินค้าเกษตรในตลาดของเรา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ซื้อขาประจำที่มาทุกวัน เพราะเขารู้ว่าที่นี่ปลอดภัย แต่ผู้ซื้อที่เป็นขาจรอาจจะชั่งใจเล็กน้อย เพราะเขามองไม่ออกว่าตลาดเป็นอย่างไร

"พ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่จะขายได้ช้าลง และขายได้ในราคาที่ต่ำลง แน่นอนว่ารายได้พวกเขาก็จะลดลงไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น แต่ก่อนใช้เวลาไม่นานของก็ขายหมด แต่ตอนนี้ขายได้ช้าลงกว่าเดิม ลูกค้าที่มาซื้อ ก็ยังคงซื้ออยู่ แต่ซื้อในปริมาณที่น้อยลง เพราะว่ากำลังซื้อของคนน้อยลงมาก โควิดรอบแรกตลาดของเราแทบจะไม่กระทบเลย แต่โควิดระบาดระลอกใหม่นี้กระทบเยอะว่า แต่ว่าไม่เยอะเท่าตลาดอื่นๆ เพราะเราเป็นตลาดผักและผลไม้"

นอกจากนี้ ตลาดสี่มุมเมืองค่อนข้างโชคดีที่หลายปีก่อนเราจัดโซนขายของ และลงทุนทำพื้นที่ตลาดใหม่ เช่น การเว้นระยะห่างของแต่ละแผง การสร้างหลังคาสูงทำให้อากาศถ่ายเท รวมถึงการออกแบบเรื่องการจัดการของเสีย ทำให้พื้นในตลาดไม่มีแอ่งน้ำเฉอะแฉะ เพราะเราคำนึงถึงความสะอาดเป็นหลัก เหล่านี้จะช่วยเรื่องการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ได้ พอมีโควิด-19 เข้ามา เราก็ลงทุนในเรื่องสาธารณสุข ร่วมมือกับภาครัฐ ดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

ทั้งนี้ เราได้แจกเจล จ้างคนมาเพิ่มในการวัดอุณหภูมิ ทำโควิดพาสสปอร์ต และตรวจเชิงรุกตลอด เราทำความสะอาด big cleaning ทุกวัน แล้วเราก็มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทุกวัน เราลงทุนกับตรงนี้เยอะ เพราะว่าเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

"ที่ตลาดสี่มุมเมือง มีอาชีพหลากหลายมาก มีตั้งแต่เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้าคนกลางที่ขายต่อให้กับตลาดสดอื่นๆ มีคนตัดแต่ง และแพ็กของขึ้นรถ มีคนช่วยขนส่งผัก ซึ่งทุกคนล้วนแต่เป็นกำลังสำคัญในวงจรเศรษฐกิจ ทุกครั้งที่เราได้ลงไปคุยก็จะได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ กลับมา บางคนเริ่มจากศูนย์ แต่ตอนนี้ส่งลูกเรียนได้แล้ว บางคนติดหนี้นอกระบบ แต่ตอนนี้ออกจากวงหนี้ได้แล้ว บางคนเริ่มจากคนขับรถ ตอนนี้กลายเป็นผู้ส่งของรายใหญ่ให้กับระยอง ที่นี่มันไม่ใช่แค่ตลาด แต่เป็นหัวใจของผู้บริโภคทั้งประเทศ เป็นเมืองแห่งอาชีพ และเป็นเมืองแห่งโอกาส"


ผู้เขียน : เศรษฐินีศรีราชา kamonthip.h@thairathonline.co.th 
กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

Let's block ads! (Why?)


สำรวจตลาดสี่มุมเมือง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว พริกซุปเปอร์ฮอต ขายดียอดไม่เคยตก - ไทยรัฐ
Read More

พช. หนองเรือ จ.ขอนแก่น น้อมนำตามหลัก บวร ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ปลูกผักสวนครัว - มติชน

เพื่อความมั่นคงทางอาหาร สร้างวิถีวัฒนธรรมการปลูกผักจากวัดสู่ชุมชน

วันที่ 25 มีนาคม 2564 เวลา 09:00 น. นางรจนา สิงหรา ณ อยุธยา พัฒนาการอำเภอหนองเรือ ติดตามการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ขยายผลปลูกผักสวนครัว เป็นต้นแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหาร จากวัดสู่ชุมชน ตามหลัก (บวร) โดยปลูกผักสวนครัว อาทิ ผักบุ้ง มะเขือ พริก ต้นหอม ข่า กะเพรา คะน้า กุ้ยช่าย ฯลฯ เป็นครัวชุมชน ในบริเวณพื้นที่วัด ณ วัดสวรรคงคา บ้านยางดำ ม.2 ตำบลยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

พระครูกิตติพีรานุวัฒน์ เจ้าคณะตำบลยางคำ กล่าวให้โอวาทว่า จากพระเมตตาของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณฯ สมเด็จพระสังฆราช ที่ได้ประทานเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัว ประทานแก่วัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินกิจกรรมปลูกผักสวนครัว และนำไปช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยให้ใช้บริเวณพื้นที่ของวัดปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มุ่งเน้นปลูกผักสวนครัวที่รับประทานประจำวันได้ มีเหลือแบ่งปัน สร้างกิจกรรมแห่งความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งวัดสวรรคงคา จึงได้รับเมล็ดพันธ์ผักสวนครัวนี้มา และดำเนินกิจกรรมปลูกผักสวนครัวในพื้นที่บริเวณวัด ประกอบกับการดำเนินโครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุข และการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ 2 ซึ่งวัด เป็นสถานที่ศูนย์ร่วมจิตใจของชาวบ้านยางดำ ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกพืชผักสวนครัวในบริเวณวัด สามารถส่งเสริมกระตุ้น ให้ชาวบ้านหันมาร่วมกันปลูกผักสวนครัว โดยมุ่งหวังให้วัดเป็นต้นแบบที่ดีงาม ด้วยการขับเคลื่อนตามหลักบวร บวร นี้ที่นี่ บ คือ สถาบันครอบครัว บ้าน บ้านที่มีชาวบ้าน มีคนอาศัย, ว คือ วัด วัดที่มีพระสงฆ์ ผู้ที่อาสาจะละกิเลสทางโลกมาศึกษาพระธรรม เพื่อเผยแผ่หลักพุทธศาสนาให้ชาวบ้านได้เข้าใจถึงการดำรงชีวิตอย่างสงบ เป็นสุข, ร คือ ราชการส่วนต่างๆ หรือ โรงเรียน เป็นสถานราชการ ดำเนินการ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนมีความสุข หรือสถานที่ให้การศึกษาโดยตรงต่อทุกเพศ ทุกวัย ทั้ง 3 ส่วนนี้ ต้องเกื้อกูลกัน ส่งเสริม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยวัด ถือว่าเป็นศูนย์กลางของชุมชน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฯ นอกจากเป็นต้นแบบในการสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นศูนย์กลางสีเขียวของชุมชน สร้างจิตวิญญาณในการรักสิ่งแวดล้อม การไม่ใช้สารเคมี สร้างพื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน และนอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งดีงามในการแบ่งปันผัก แบ่งปันอาหาร วัดเกื้อกูล เพิ่มพูนสามัคคี สร้างวิถีพอเพียง จากวัดสู่ชุมชน ส่วนราชการบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนร่วมกัน ซึ่งจะสามารถ สร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างความเจริญที่แท้จริงของชุมชนที่จะมีความสุขสมบูรณ์แบบอย่างยั่งยืน

นางรจนา สิงหรา ณ อยุธยา พัฒนาการอำเภอหนองเรือ เปิดเผยว่า จากการขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัวในพื้นที่วัดให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ซึ่งถือว่า วัด พระสงฆ์ เป็นศูนย์กลางของพี่น้องประชาชนในชุมชน เป็นที่พึ่งของประชาชนที่มีความสำคัญในการพัฒนาชุมชน ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงยั่งยืน ด้วยการน้อมนำหลัก “บวร” บูรณาการร่วมกัน วัด เป็นหนึ่งในเสาหลักในการพัฒนาชุมชนที่จะนำมาซึ่งความเจริญของชุมชนของประเทศชาติ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด – 19) ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มุ่งหวังพัฒนาให้ทุกครัวเรือน อยู่เย็น เป็นสุข ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 และบูรณาการ โครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุข ด้วยพลังของหลักบวร ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน เป็นแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนปลูกพืชผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างอาหาร นำพาครอบครับและชุมชนให้รอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้อย่างแน่นอน ดั่งวัดสวรรค์คงคาแห่งนี้ คณะพระสงฆ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน อันเป็นต้นแบบแห่งความดีงาม จากวัดสู่ชุมชน ในฐานะที่พระสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ วัดที่เป็นศูนย์กลาง เป็นสถานที่อันเป็นที่พึ่งของชุมชน เพื่อให้งานพัฒนาชุมชนประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

การขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ตามหลัก “บวร” เป็นกลไกในการพัฒนา และสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อเป็นเสาหลัก เป็นแกนกลางในการพัฒนาชุมชน ประสานพลังด้วยการร่วมมือกันสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชน ดังสุภาษิตที่ว่า “วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง” ผสานส่วนราชการภาครัฐร่วมด้วยช่วยกัน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนหนองเรือ พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย ของกรมการพัฒนาชุมชน ประสานความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในชุมชน ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน จากการขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยยึดหลัก “บวร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมการปลูกผักให้กับครัวเรือนและชุมชน เป็นการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน ตอบโจทย์การยุติความหิวโหย สร้างหลักประกันให้ชาวบ้านทุกคนได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมระบบเกษตรกรรม สร้างวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัว สร้างเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน พัฒนาการอำเภอหนองเรือกล่าว

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ศรีสุวรรณ” ร้องป.ป.ช. ฟันส.ส.พปชร. “รัวหมัด-ถีบยอดอก” อาจารย์ม.ดังแปดริ้ว
บทความถัดไป‘โจอี้บอย-เดียร์’ แจงดราม่า ‘รัตนโกเซิร์ฟ’ หลังถูกวิจารณ์ ไม่ใส่แมสก์-ฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

matichon

Let's block ads! (Why?)


พช. หนองเรือ จ.ขอนแก่น น้อมนำตามหลัก บวร ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน ปลูกผักสวนครัว - มติชน
Read More

Friday, March 26, 2021

อัลบั้มภาพ 23 ภาพ ของ พาชมไอเดีย “ผักสวนครัวรั้วกินได้” สวนผักริมรั้วสไตล์คนเมือง - Sanook

ในการจัดสวน มีไอเดียและแนวทางในการจัดสวนอย่างหลากหลาย ทั้งการจัดสวนดอกไม้ สวนไม้ยืนต้น หรือแม้กระทั่งสวนผักสวนครัว โดยสวนอย่างหลังนอกจากจะให้ความสวยงามสดชื่นแล้วยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย ผักที่ได้ก็ทั้งสดทั้งปลอดภัย เพราะเราปลูกเอง

วันนี้ ในบ้าน จึงจะพาไปชม “ผักสวนครัวรั้วกินได้” แนวทางการปลูกผักสวนครัวริมรั้วของคุณ สมาชิกหมายเลข 804380 เพื่อเป็นไอเดียสำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากมีสวนเล็ก ๆ ริมบ้านกลางเมือง ตามมาชมรายละเอียดของไอเดียครั้งนี้กันเลยจ้า

สวัสดีครับ วันนี้ขอนำเสนอผักสวนครัวรั้วกินได้ในพื้นที่จำกัด บ้านที่ผมอยู่เป็นทาวน์โฮมหลังมุม มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดครับ เลยปลูกอะไรได้ไม่มากนักอย่างล่ะต้นสองต้นครับ

แปลกผักยกพื้นข้างบ้านรอบนี้ปลูกคะน้าเป็นหลัก เนื่องจากความต้องการของตลาดสูงเพื่อนบ้านหมุนเวียนกันมาขอซื้อเป็นประจำ

มีเรดคอสอยู่นิดหน่อยเอาไว้ทานกับส้มตำ ลาบ

ต้นหอม ผักชีฝรั่ง เอาไว้ทำลาบ

มะเขือส่วนใหญ่แล้วจะตกเป็นของคุณป้าในซอยมาขอเก็บไปกินกับน้ำพริก

กรีนคอส กรีนโอ๊คอีกนิดหน่อย มีสาวน้อยคอยมาช่วยรดน้ำ

ขออภัยรูปนี้แต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยครับ

พริกหยวกบางทีก็เอาไปใส่ผัดกะเพรา

มะขาม ไม่ได้ตั้งใจจะทำบอนไซนะครับ เอาใบอ่อนไว้ใส่ต้มไก่ครับ

ข่าด่างกินได้ไหมยังไม่รู้แต่สวยดี ใบเตยเนื่องจากไปตลาดบางทีก็หาซื้อไม่ได้ ปลูกเองซะเลย

เคลหรือคะน้าใบหยิกมีสวยอยู่ต้นเดียวพอได้อวด

มาถึงไฮไลท์ องุ่นพร้อมลูก ใครผ่านไปผ่านมาต้องมายืนชมลูกองุ่น จะเปิดบ้านเก็บค่าเข้าก้อเกรงใจ มีอยู่ต้นเดียวครับ

ทองอุไรออกดอกทั้งปี มุดเข้าไปดูใต้ต้น ออกลูกแล้ว ไม่ใช่ลูกทองอุไรนะครับ เสาวรสไปขอทองอุไรอยู่ด้วยครับ

มะละกอดกมาก กรอบมาก ได้ขายอยู่ลูกล่ะ 20 บาท สถานะตอนนี้ตายไปแล้ว ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

แคแดงน้อย ๆ สวยจนไม่กล้าเก็บกิน

กล้วยหอมคาเวนดิช ขายในหมู่บ้านได้เงินมา 300 บาท หลังจากตัดเครือก็ขุดทิ้งทั้งกอครับ

นี่ครับสาเหตุที่ต้องขุดต้นเก่าทิ้ง เก่าไปใหม่มา น้ำว้าไอศครีมด่าง รสชาติเป็นไงไม่รู้ แต่ค่าตัวไม่ธรรมดา

กล้วยแดงอินโดลงเข่งไว้ เผื่อเคลื่อนย้าย (ขายกิน)

ขอบคุณที่เข้ามาดูกระทู้อวดต้นไม้นะครับ เผื่อว่าจะเป็นแนวทางหรือแรงบันดาลใจ ให้คนที่มีใจรักการปลูก แต่หลายๆอย่างไม่เอื้ออำนวย ดินที่ผมใช้ปลูกซื้อดินถุงมาทั้งหมดนะครับ ขอบคุณครับ

Let's block ads! (Why?)


อัลบั้มภาพ 23 ภาพ ของ พาชมไอเดีย “ผักสวนครัวรั้วกินได้” สวนผักริมรั้วสไตล์คนเมือง - Sanook
Read More

คุ้ยประวัติ “เอก สวนผัก” เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส - ผู้จัดการออนไลน์

เค้นประวัติ “ เอก สวนผัก” ค้นบ้าน ยังไม่พบเชื่อมโยงคดีเงินกู้นอกระบบ ประสาน บก.สส.บช.น.ร่วมสืบ เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านช่วยแ...