Rechercher dans ce blog

Monday, May 31, 2021

ส่งผัก 'ขายออนไลน์' ยังไงให้สดใหม่ถึงมือ? 'จอน นอนไร่' มีคำตอบ - กรุงเทพธุรกิจ

31 พฤษภาคม 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

26

เจาะไอเดีย "ขายออนไลน์" ของฟาร์มผักออร์แกนิค "จอน นอนไร่" ชวนหาคำตอบว่า ฟาร์มนี้มีวิธีบริหารจัดการขนส่ง "สินค้าเกษตร" อย่างไร? ถึงสามารถขนส่งผักผลไม้ให้ถึงมือลูกค้าได้สดใหม่เสมอ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด (เมษายน 2564) ทำให้ผู้คนไม่อยากออกนอกบ้าน และหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มส่งเสริม “สุขภาพ” หนึ่งในสินค้าที่สายสุขภาพรู้จักกันดี คงหนีไม่พ้นสินค้าเกษตรออร์แกนิคจากฟาร์ม “จอน นอนไร่” ที่เน้น “ขายออนไลน์” เป็นหลัก แถมยังสามารถส่งผักผลไม้สดๆ จากไร่ให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จะพาไปล้วงลึกไอเดียการทำฟาร์มผักและสมุนไพรไทยของ “ตุ้ย-เสกสรรค์ อุ่นจิตติ” เจ้าของฟาร์ม จอน นอนไร่ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่ามีเทคนิคขายออนไลน์อย่างไร? ให้อยู่รอดได้ในยุคโควิดแบบนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

  • “จอน นอนไร่” เผยสินค้าเกษตร “ขายออนไลน์” ไม่ง่าย!

จอน นอนไร่ (John Non Rai Organic Farm) เป็นฟาร์มปลูกผักที่มีเจ้าของเป็นอดีตนักโฆษณาจากบริษัทดัง แต่ลาออกมาทำบริษัทโฆษณาเล็กๆ ของตัวเอง และทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ปากช่องไปด้วย “ตุ้ย-เสกสรรค์ อุ่นจิตติ” ปลุกปั้นฟาร์มแห่งนี้ด้วยการเป็นนักทดลองธรรมชาติ

162247581717

เริ่มปลูกจากผักแปลก ผักต่างประเทศ จึงดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคสายสุขภาพได้ไม่ยาก เมื่อมีลูกค้าสนใจมากขึ้น เขาก็เริ่มขายสินค้าเกษตรผ่านเฟซบุ๊ก แพ็คสินค้าเอง นำสินค้าส่งผ่านโลจิสติกส์ด้วยตัวเอง ทำให้เห็นปัญหาหลายอย่าง

“ผมทำจอน นอนไร่ มาประมาณ 6-7 ปี ขายผ่านออนไลน์และดิ้นรนเองในเรื่องการขนส่งสินค้าผ่านโลจิสติกส์ ผมจะรู้เรื่องการขนส่งได้ดีที่สุด แรกเริ่มก็มาคิดว่าทำยังไงจะใส่ความเย็นลงไปเพื่อให้ผักคงความสดใหม่ ผมเลยไปศึกษาและดูจากเกษตรกรคนอื่นๆ แล้วทำตาม โดยเอาขวดน้ำมาเติมน้ำก็อก แล้วเอาไปฟรีซแข็ง มันก็กลายเป็นวัสดุเพิ่มความเย็นในกล่องที่เราขนส่งผัก แต่ตอนนี้ก็ปรับให้ดีขึ้นโดยใช้เจลเย็น ซึ่งจะช่วยให้ความเย็นได้นานขึ้น”

  • ขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ใส่ใจ ส่งไว ตอบโจทย์เกษตรกร

พูดถึงเรื่องการขนส่ง "สินค้าเกษตร" ให้คงคุณภาพดีและสดใหม่ คงหนีไม่พ้นเรื่องระยะเวลาขนส่งที่ต้องรวดเร็วทันใจ  ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์แชร์ประสบการณ์ไว้บนเพจเฟซบุ๊ก John Non Rai  โดยชื่นชมการขนส่งสินค้าเกษตรผ่าน “ไปรษณีย์ไทย” จากต้นทางฟาร์มที่ จ.นครราชสีมา สู่ลูกค้าปลายทางที่ จ.นครสวรรค์ ที่ใช้เวลารวดเร็วเพียง 1 วัน ทำให้ได้ใจผู้ค้าออนไลน์อย่างเขาไปเต็มๆ

162247581928

“ไปรษณีย์ไทยเป็นแบรนด์ของไทยและทำงานได้ดี ถ้าทำงานไม่ดีก็ไม่สนับสนุนนะ ข้อดีที่ผมเห็นว่าเจ้านี้แตกต่างจากโลจิสติกส์เจ้าอื่นคือ การมองเห็นความต้องการของกลุ่มผู้ขายออนไลน์ อย่างเรื่องขนส่งต้นไม้โดยใช้ตะกร้า ผู้ค้าสามารถขนส่งแบบนี้ได้ที่ไปรษณีย์ไทย มหัศจรรย์สำหรับผมมาก ตะกร้าทำให้มองเห็นต้นไม้ด้านใน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ขนส่งเขาจะไม่โยนหรอกครับ

อีกข้อที่ผมรู้สึกชื่นชม คือ ไปรษณีย์ไทยให้เกษตรกรสามารถส่งสินค้าใส่กล่องโฟมได้ ผมเป็นคนปลูกผักออร์แกนิค เวลาส่งผักให้ลูกค้ามันต้องส่งเย็น เพื่อคงความสดใหม่ ผมไปเห็นผู้ค้ารายหนึ่งเขาส่งแบบใส่กล่องโฟม ผมก็ลองทำตามและใส่เจลเย็นช่วยให้ผักสดใหม่ และก็เอามาส่งกับไปรษณีย์ไทยได้เช่นกัน”

  • ข้อแนะนำ “ขายออนไลน์” ยังไงให้รอดในยุคโควิด-19

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก เสกสรรค์มีคำแนะนำเกี่ยวกับการลดต้นทุนการขนส่ง เพื่อการ “ขายออนไลน์” ให้อยู่รอด เอามาบอกต่อเพื่อนๆ เกษตรกรที่เป็นผู้ค้าออนไลน์ด้วยกัน ได้แก่

1. ขนส่งผักแบบเย็น

เทคนิคการขายออนไลน์ ในกรณีสินค้าเกษตร คือ ต้องรักษาความสดใหม่ให้ได้ ดังนั้นการใช้ขวดน้ำใส่น้ำลงไป แล้วฟรีซเป็นน้ำแข็งนำใส่ในกล่องโฟม เพื่อคงความสดใหม่ของสินค้าเกษตรระหว่างการขนส่ง ก็ช่วยได้ ทั้งนี้ การใส่น้ำแข็งในกล่องโฟมจะต้องห่อหุ้มมิดชิด ป้องกันไม่ให้มีน้ำละลายไหลออกมานอกกล่องด้วย

2. มองหาวัสดุขนส่งที่ราคาประหยัด

พยายามมองหาวัสดุอะไรที่มาช่วยลดต้นทุนการส่งสินค้าให้ถูกลง ยิ่งถ้ามีผู้ช่วยที่ดีอย่างไปรษณีย์ไทย ที่ปรับระบบให้สะดวกขึ้น ก็ยิ่งช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ เพราะไปรษณีย์ไทยรับขนส่งแพ็กเกจลักษณะนี้อยู่แล้ว 

3. ต้องรู้จักปรับสินค้าตามยุคสมัย

ช่วงหลังๆ มา ฟาร์มแห่งนี้หันมาผลิตสมุนไพรไทยที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต่อสู้เชื้อโรคมากขึ้น เนื่องจากเกษตรกรอย่างพวกเขาก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัยเช่นกัน โดยเสกสรรค์มองว่าสินค้าเกษตรที่มาแรงในยุคนี้คือ สินค้าประเภท Wellness ที่ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพดี ซึ่งสมุนไพรไทยก็ตอบโจทย์เรื่องนี้

---------------------------

ที่มา : John Non Rai, Post Family

Adblock test (Why?)


ส่งผัก 'ขายออนไลน์' ยังไงให้สดใหม่ถึงมือ? 'จอน นอนไร่' มีคำตอบ - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

ตรวจเชิงรุกอีก 535 แผง ก่อนเปิดตลาดผัก 'บางใหญ่' หลังแรงงานติดเชื้อ 26 ราย - กรุงเทพธุรกิจ

31 พฤษภาคม 2564

19

เตรียมตรวจคัดกรองเชิงรุกอีก 535 แผง ก่อนเปิดตลาดผักกลางคืน ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ หลังพบแรงงานติดเชื้อ 26 ราย


นนทบุรี วันที่ 31 พ.ค.64 เวลา 11.00 น. หลังจากอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี มีคำสั่งปิดตลาดผัก กลางคืน เป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 22 พ.ค.ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 64 เนื่องจากผลการตรวจคัดกรองเชิงรุก ครั้งที่ 2 ของตลาดบางใหญ่ จากการเลือกตรวจคัดกรองเฉพาะผู้ค้าและแรงงานในตลาดผักกลางคืนเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้จำนวน 16 ราย จากผู้เข้าตรวจเชื้อ 219 โดยก่อนหน้าในวันที่ 19 พ.ค. สุ่มตรวจพบผู้ติดเชื้อในตลาดผักกลางคืน ไปแล้ว 10 ราย รวม 26 ราย ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตลาดผักกลางคืนมาเป็นวันที่ 4 มิ.ย.64 แทน


นางอุดมลักษณ์ พงษ์สุพรรณ ผู้จัดการทั่วไปตลาดบางใหญ่ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นทางตลาดบางใหญ่ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกับนายอำเภอบางใหญ่ สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุภาพตำบลเสาธงหิน และเทศบาลตำบลเสาธงหิน โดยได้ข้อสรุปกันว่าให้ขยายเวลาปิดตลาดผัก กลางคืน ไปจนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 64 และเมื่อผ่านการตรวจคัดกรองเชิงรุกอีกครั้งแล้ว ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ทางตลาดผักกลางคืน จะสามารถกลับมาเปิดบริการตามปกติได้ในวันที่ 5 มิ.ย.64 ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป

คลิปข่าว

ทั้งนี้ได้กำหนดให้ทำการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้กับแผงผู้ค้า แรงงานไทย แรงงานต่างด้าวในตลาดผักกลางคืนทุกคน โดยจะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย 64 จำนวน 535 แผง และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดผักอีกประมาณ 400 คน ซึ่งทางตลาดจะอนุญาตให้แผงผู้ค้าและแรงงานในตลาดผักกลางคืน ที่มีผลตรวจไม่พบเชื้อโควิดเท่านั้นที่จะกลับเข้ามาค้าขายในตลาดผักกลางคืนได้

ส่วนตลาดสดกลางวัน ตลาดเนื้อสัตว์ ตลาดปลาน้ำจืด ตลาดอาหารทะเล ตลาดผลไม้และพืชไร่ และตลาดสินค้าเบ็ดเตล็ด ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยทางตลาดบางใหญ่ได้ขอความร่วมมือจากผู้ค้า แรงงานคนไทย แรงงานต่างด้าว ให้เข้มงวดมาตราฐานความสะอาดและสุขอนามัยเพื่อความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด19

Adblock test (Why?)


ตรวจเชิงรุกอีก 535 แผง ก่อนเปิดตลาดผัก 'บางใหญ่' หลังแรงงานติดเชื้อ 26 ราย - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

Sunday, May 30, 2021

OGarden เครื่องปลูกพืชผักอัตโนมัติ ปลูกได้ง่าย ๆ แม้อยู่ในที่ร่ม | #beartai - เว็บแบไต๋ | beartai.com

การทำสวนถือเป็นการบำบัดโรคอย่างหนึ่ง ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเวลาเห็นการเติบโตของเหล่าพืชพรรณ ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงสวนกลางแจ้งได้ โดยเฉพาะอย่างเมื่อมีการระบาดครั้งใหญ่แบบนี้ ที่ผู้คนส่วนใหญ่จะอยู่บ้านกัน

ทางโอการ์เด้นจึงคิดค้นวิธีการจัดสวนในร่มขึ้นมา ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ทันสมัยและชาญฉลาด โดยจะเป็นตู้เทคโนโลยีปลูกพืชแบบอัตโนมัติที่สามารถตั้งอยู่ในบ้านของเราได้เลย อีกทั้งยังสามารถควบคุมเกือบทุกอย่างได้จากสมาร์ตโฟนโดยตรง

โอการ์เด้นเป็นระบบจัดสวนในร่มที่ทำให้การปลูกผลไม้และผักเป็นเรื่องง่าย ด้วยการนำผลผลิตเข้ามาปลูกในบ้าน ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาสภาพอากาศอีกต่อไป ดังนั้นจึงสามารถควบคุมกระบวนการทั้งหมดได้มากขึ้น โดยสามารถปลูกพืชได้ที่จำนวนทั้งหมด 90 ต้นพร้อม ๆ กัน โดยตู้วงกลมข้างบนจะปลูกได้ 60 ต้นและยังมีตู้ข้างล่างไว้ปลูกต้นกล้าต้นเล็กได้อีก 30 ต้น

นอกจากนี้ยังมีระบบรดน้ำที่ไม่เหมือนใคร ตู้โอการ์เด้นจะควบคุมปริมาณน้ำของพืช ซึ่งจะช่วยให้พืชแต่ละชนิดมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการอุ้มน้ำ ทำให้เจริญเติบโตได้ดี แถมยังมีอ่างเก็บน้ำสำรองที่มาคู่กับปั๊มน้ำ เพื่อให้น้ำแก่ต้นกล้าที่ตู้ด้านล่างได้ด้วย

เทคโนโลยี้นี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงต้นไม้สีเขียวสดของเราได้ตลอด 365 วันต่อปี โดยไม่ต้องเสียค่าพื้นที่เช่าปลูกหรือทำให้เกิดความยุ่งยากในการปลูก อีกทั้งยังมีขนาดกะทัดรัดและใช้งานได้ดีสำหรับอะพาร์ตเมนต์ในเมืองหรือบ้านขนาดเล็ก นอกจากนี้ ทางโอการ์เด้นยังกล่าวด้วยว่านี่จะเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการลงมือปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง ทำให้ประหยัดเงินในการซื้อของไปได้อีกพอสมควร

อ้างอิง

See also

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Adblock test (Why?)


OGarden เครื่องปลูกพืชผักอัตโนมัติ ปลูกได้ง่าย ๆ แม้อยู่ในที่ร่ม | #beartai - เว็บแบไต๋ | beartai.com
Read More

7 ประโยชน์ของผักคะน้า สุดยอดผักใบเขียวเพื่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม - Sanook

หลากหลายเมนูน่าทาน มักมีผักคะน้าเป็นส่วนผสมอยู่ในจานนั้นเสมอ ซึ่งเมนูที่หลายคนมักได้ยินเมื่อไปทานข้าวที่ร้านตามสั่งก็คงหนีไม่พ้นเมนูผัดคะน้าปลาเค็ม เพราะนอกจากจะเป็นเมนูที่ชวนให้ทานข้าวได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ยังให้คุณประโยชน์มากมายอีกด้วย วันนี้เราจึงขอนำเอาสรรพคุณดีๆ ที่ได้จากการทานผักคะน้ามาแชร์ให้สาวๆ ได้ทราบกันค่ะ ขอบอกเลยว่าผักคะน้าช่วยบำรุงร่างกายได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว ตามมาดูกันค่ะว่าผักชนิดนี้ช่วยบำรุงส่วนไหนของร่างกายกันบ้าง


1.บำรุงระบบประสาทตาและการมองเห็น
ในผักคะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่าเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารชนิดนี้ถือเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ เป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการบำรุงดวงตา โดยเฉพาะในด้านของระบบประสาทตาและการมองเห็น อีกทั้งยังมีสารลูทีนที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคต้อกระจกได้ถึง 20% เลยทีเดียว


2.บำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน
เนื่องจากในผักคะน้ามีสารลูทีน ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนในเซลล์ผิว ทำให้ผิวของสาวๆ มีความเรียบเนียนและไร้ริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย


3.เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
ทราบหรือไม่ว่าผักคะน้าอุดมไปด้วยแคลเซียมในปริมาณที่ค่อนข้างสูงมาก ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างกระดูกให้มีความแข็งแรง หากจะบอกว่าผักคะน้าสามารถทดแทนการดื่มนมวัวก็ถือว่าไม่ผิด เพราะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวนั้นสามารถเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกายได้ด้วยการทานผักคะน้านั่นเอง


4.บำรุงเลือดป้องกันภาวะโลหิตจาง
สารโฟเลตและธาตุเหล็กสูง เป็นสารอาหารที่อุดมอยู่ในผักคะน้า ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการทานเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางได้ดี


5.กระตุ้นระบบขับถ่ายให้คล่องตัว
หากถามว่าผักอะไรที่ให้ไฟเบอร์แก่ร่างกายสูง ขอบอกเลยว่าคะน้าคือผักที่ยืนหนึ่งในเรื่องของไฟเบอร์ ซึ่งสารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยในการเพิ่มใยอาหารให้แก่ลำไส้ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้เกิดการคล่องตัวมากยิ่งขึ้น


6.เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
ผักคะน้าให้วิตามินเอแก่ร่างกายสูงมาก และยังแถมมาด้วยวิตามินซี ดังนั้นจึงถือว่าผักคะน้ามีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมทั้งลดโอกาสในการเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่ออีกด้วย


7.ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง
ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งปอด ก็ล้วนถูกต้านการเกิดเซลล์มะเร็งด้วยวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระที่อุดมอยู่ในผักคะน้านั่นเอง


นอกจากผักคะน้าจะเป็นผักที่ให้สารอาหารที่ดีแก่ร่างกายสูงมากแล้ว ยังช่วยบำรุงและดูแลสุขภาพได้ครบทุกส่วนของร่างกายอีกด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าผักคะน้าเป็นผักที่มีสารตกค้างค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรใส่ใจในการล้างทำความสะอาดให้มากๆ เพื่อความสบายใจในการทานและเพื่อได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทานผักชนิดนี้นั่นเองค่ะ

Adblock test (Why?)


7 ประโยชน์ของผักคะน้า สุดยอดผักใบเขียวเพื่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม - Sanook
Read More

Saturday, May 29, 2021

พช.นครศรีธรรมราช ผนึกกำลังท้องถิ่นท้องที่ ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงอาหาร รอบ 2 - มติชน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่บริเวณแปลงผักสวนครัวต้นแบบ องค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนคร ปาลีพิชัย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ เป็นประธานเปิดกิจกรรมน้อมนำแนวพระราชดำริการน้อมนำแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 เพื่อสร้างพลังความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน และเพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ระยะสั้น ทั้งในระดับครัวเรือนและระดับกลุ่มอาชีพ โดยมี นางสาวฐิติรัตน์ รสนู พัฒนาการอำเภอนบพิตำ ส่วนราชการ อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ

อำเภอนบพิตำ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนบพิตำ ได้จัดกิจกรรมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU การดำเนินงานชุมชนสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และได้ขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริการน้อมนำแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับโภชนาการ ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ สร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท พึ่งตนเองได้อย่างยั่นยืน เพื่อสร้างรายได้ เสริมสร้างความรักความสามัคคี และการเกื้อกูลของคนในชุมชนหมู่บ้าน ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นางโกรินทร์ อินทสระ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสาธิตกระบวนการตามฐานการเรียนรู้ ฐานการเรียนรู้บริหารจัดการขยะ ฐานการเรียนรู้ตอนกิ่งชะอม และฐานการขยายพันธุ์พืช ให้แก่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปขับเคลื่อนกิจกรรมภายในหมู่บ้านตำบลต่อไป สำหรับพันธุ์พืชผักสวนครัวที่ปลูก อาทิ ปลูกผักมะเขือ พริก คะน้า มะละกอ สับปะรด มะม่วงหิมมะพานต์ กล้วย รวมไปถึงพืชผักสวนครัวพื้นเมืองกว่า 10 ชนิด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ส่งผลกระทบทั้งทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจเป็นอย่างสูง กรมการพัฒนาชุมชนเห็นความสำคัญถึงการสร้างความตระหนักในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน หมู่บ้าน/ชุมชน จึงได้ขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัว รอบแรก ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563 และได้มีการขยายผลสร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาหมู่บ้านให้ยั่งยืน อีกทั้งสร้างรายได้และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีและความเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ดำเนินการในทุกหมู่บ้านทุกครัวเรือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 5 ธันวาคม 2563 เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความยั่งยืน กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ในการขับเคลื่อนการ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (รอบ 2)” กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพลังความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ยั่งยืน และเพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ระยะสั้น ทั้งในระดับครัวเรือนและระดับกลุ่มอาชีพ เป้าหมายดำเนินการในทุกหมู่บ้านทุกครัวเรือน มีหลักการดำเนินงานที่สำคัญ 6 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 “ผู้นำต้นแบบ ตัวอย่างที่เห็นจริง” ให้มีการเชิญชวนผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายอำเภอทุกอำเภอ กลุ่ม องค์กร ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนและอำเภอ ปลูกผักสวนครัวอย่างน้อย คนละ 10 ชนิด เป็นตัวอย่างแก่ประชาชน พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้ผ่านช่องทาง Social Media เป็นประจำทุกเดือน
ขั้นที่ 2 “ผู้นำต้องทำก่อน” รณรงค์เชิญชวนให้ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น กลุ่มองค์กร เครือข่าย และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) สร้างกระแสการปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่องในหลากหลายพื้นที่ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน
ขั้นที่ 3 “นักพัฒนา 3 ประสานกลไก ขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน” ดำเนินงานร่วมกับ อปท. สร้างทีมนักพัฒนา 3 ประสาน ในระดับตำบล เพื่อขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่อง

ขั้นที่ 4 “ทุกครัวเรือน คือ คลังอาหาร ทุกหมู่บ้าน คือ ศูนย์แบ่งปัน” ร่วมรณรงค์ให้ทุกครัวเรือนปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รณรงค์คัดแยกขยะ ทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพจากเศษอาหารเพื่อปรับปรุงดิน และเพิ่มผลผลผลิต อีกทั้งรณรงค์ให้ทุกหมู่บ้านสร้างคลังอาหารชุมชน โดยใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ เมื่อได้ผลผลิตก็นำมาแลกเปลี่ยนและแบ่งปันกัน โดยเฉพาะผู้ยากไร้ และจัดตั้งศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
ขั้นที่ 5 “ทักษะชีวิตวิถีใหม่ เยาวชนไทย สร้างอาหารเป็น” ส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา ศาสนสถาน เป็นแหล่งเรียนรู้ในการปลูกผัก
ขั้นที่ 6 “ถอดรหัสการพัฒนา ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน” ร่วมประเมินผลการความสำเร็จของโครงการ พร้อมถอดบทเรียนการขับเคลื่อนกิจกรรม (1 อปท. 1 อำเภอ ต้นแบบ)
ขั้นที่ 7 “ติดตาม และขยายผลอย่างต่อเนื่อง” เพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในหลายภาคส่วน พร้อมผลักดันแผนการส่งเสริมและรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวในทุกครัวเรือนทั้ง 23 อำเภอ สร้างชุมชนเข้มแข็งการพึ่งตนเองได้และเกิดความสามัคคีของคนในชุมชน และเพื่อเป็นการต่อยอดขยายผลการดำเนินงานปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีความยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนทางอาหารได้ในที่สุด

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีศักร’ ค้านกรมศิลป์จ่อเก็บ 2 ทับหลังไว้ พช.พระนคร ย้ำความหมายต่อท้องถิ่นต้องมาก่อน
บทความถัดไปนักวิจัย ม.เกษตรฯ สำรวจแหล่งหญ้าทะเล เกาะศรีบอยา พบพะยูนเข้ามาหากิน มีร่องรอยไถเป็นทางยาว

matichon

Adblock test (Why?)


พช.นครศรีธรรมราช ผนึกกำลังท้องถิ่นท้องที่ ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงอาหาร รอบ 2 - มติชน
Read More

ยกแปลงใหญ่ริมโขงปลูกผักปลอดสารพิษ รายได้งาม พ่อค้ารับซื้อถึงสวน - ไทยรัฐ

29 พ.ค. 2564 16:03 น.

กลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขง ต.ธาตุพนม จ.นครพนม แหล่งปลูกผักปลอดสารเคมีริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาสนับสนุน องค์ความรู้ ทำให้สร้างรายได้และมีผลผลิตตลอดทั้งปี


เมื่อวันที่ 29 พ.ค.64 นายอภิรักษ์ สมิตร ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำตรงนี้มีการปลูกผักตั้งแต่บรรพบุรุษ แรกเริ่มปลูกเพื่อกินในครัวเรือน ต่อมาได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้าทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดมารับซื้อผลผลิตส่งจำหน่ายไปยังตลาดในพื้นที่ ตลาดกลางในภูมิภาคและตลาดกลางของประเทศ จึงเริ่มปลูกกันอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีสมาชิก 50 คน พื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 92 ไร่ จากการปลูกในระยะแรกมีการใช้สารเคมีเกือบ 100% แต่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี และได้รับการฝึกอบรมในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์ใช้เอง จึงนำมาถ่ายทอดให้แก่สมาชิกกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตร เรื่องเครื่องมือทางการเกษตร การตลาด ในการจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ ทางกลุ่มได้รับปัจจัยการผลิตและงบประมาณในการบริหารกลุ่มในปี 2563 โดยมีการจัดสรรแบ่งให้สมาชิกนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

ข่าวแนะนำ

"จุดเด่นของกลุ่มแปลงใหญ่คือ สามารถปลูกผักได้สวยงาม ไม่แพ้การใช้สารเคมี เพราะเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการหาตลาด จึงได้มีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาสนับสนุน องค์ความรู้ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ การพัฒนาคุณภาพและพัฒนาให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการกลุ่มที่ดีรวมไปถึงการด้านการตลาด ซึ่งมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวน มีการหมุนเวียนปลูกผลผลิต อาทิ ผักกาดหอม มะเขือเทศ ผักชี ผักชีลาว ผักบุ้ง ขึ้นฉ่าย และหอมแบ่ง สามารถสร้างรายได้และมีผลผลิตตลอดทั้งปี"

นางศสิมา สุภาษร เกษตร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า ในการสนับสนุนกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกผักริมโขงแห่งนี้ได้มีการตั้งเป้าหลังจากเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ต้องลดต้นทุนให้ได้ 20% มีการเพิ่มผลผลิตให้ได้ 20% แต่กลุ่มสามารถดำเนินการได้เพียง 15% มีการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน มีแผนการพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน GAP ในอนาคตให้ได้ 100% มีการบริหารจัดการในการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี และบริการเครื่องจักรกลแก่สมาชิกแปลงใหญ่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมให้มีผู้จัดการแปลงที่สามารถบริหารจัดการแปลงด้วยตนเองได้ รวมไปถึงการจัดการด้านการตลาด ซึ่งปัจจุบันมีการจำหน่ายในพื้นที่ และมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวนทั้งหมด

ในการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรปี 2564 โดยในการตลาดจะมีกลุ่มเป็นผู้รวบรวม และกระจายการส่งผลผลิตให้สมาชิกกลุ่มสามารถส่งขายผลผลิตได้ทุกคน ไม่มีตกค้าง หรือสินค้าล้นตลาด มีตลาดรองรับที่แน่นอน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางการเงินชุมชน เกษตรกรสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนได้ เกิดการรวมกลุ่มกันผลิตเพิ่มมากขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


ยกแปลงใหญ่ริมโขงปลูกผักปลอดสารพิษ รายได้งาม พ่อค้ารับซื้อถึงสวน - ไทยรัฐ
Read More

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.8 ยอด-ส้มแป้น ดูแลกันและกัน จนเกิดความรู้สึกดีๆ - ไทยรัฐ

29 พ.ค. 2564 11:30 น.
Closed in: 45

เจ๊ลั้ง พยายามเอายาฆ่าแมลง มาขายให้กับชาวบ้าน แทนการใช้ น้ำส้มควันไม้ แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะไม่เชื่อใจเจ๊ลั้ง แต่เขียวรู้ไม่เท่าทันเจ๊ลั้ง จึงนำยาฆ่าแมลงกลับไปที่ไร่แบ่งฝันปันรักด้วย

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.8 เขียว (ณเดชน์) ป่วย เพราะโดนพิษของยาฆ่าแมลง ชมพู่ (โบว์ เมลดา) มาเยี่ยมเขียวที่บ้าน เขียวจึงสารภาพว่านำยาฆ่าแมลงเข้ามาในไร่จริง แต่ยังไม่ได้ใช้กับพืชผัก ชมพู่ให้หมอดิน มาตรวจดินในไร่ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเขียว เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏ เขียวจึงกลับเข้าไปทำงานที่ไร่อีกครั้ง

เขียวซึ้งใจในความรักที่ทุกคนมีให้แก่ตน เขียวเริ่มกลับมาพูดภาษาอีสานอีกครั้ง และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชมพู่ ก็มีมากขึ้นทุกวัน ชมพู่ให้เขียว ผ่านด่านการปลูกแตงกวาในที่สุด

หลังจากที่กระเจี๊ยบ หนีจากยอด (เต๋า ภูศิลป์) ไป ส่วนส้มแป้น (เปรี้ยว อนุสรา) ก็เลิกกับสามี ทั้งสองครอบครัว ก็ต่างดูแลครอบครัวของกันและกันเป็นอย่างดี ยอดกับส้มแป้น จึงเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน

ติดตามชมฉากนี้ได้ในคืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้ และติดตามชมละคร "มนต์รักหนองผักกะแยง" ได้ทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33

เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


มนต์รักหนองผักกะแยง EP.8 ยอด-ส้มแป้น ดูแลกันและกัน จนเกิดความรู้สึกดีๆ - ไทยรัฐ
Read More

Friday, May 28, 2021

ละคร “มนต์รักหนองผักกะแยง” ตอนที่ 7-9 ••• ครูริช - ผู้จัดการออนไลน์



ตอนที่ 7 ออกอากาศวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33
ครูริช (แดนนี่ ลูเซียโน่) ยังคงแอบหลงรัก ชมพู่ (โบว์-เมลดา) แต่ไม่กล้าบอก จึงไปปรึกษากับ ครูน้ำฝน (นับตังค์-นันท์ณภัส) นั่นยิ่งทำให้ครูน้ำฝนช้ำใจ เพราะแท้ที่จริงแล้วตนแอบหลงรักครูริชอยู่ข้างเดียว

เขียว (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ไปนอนเฝ้าที่ไร่แตงกวา ชมพู่ดีใจมากที่เขียวเอาใจใส่เรื่องงานในไร่มากขึ้น ชมพู่กับเขียวไปเก็บน้ำส้มควันไม้ด้วยกัน มานิต (หยอง ลูกหยี) กับ สมศักดิ์ (สมจิตร จงจอหอ) เห็นเด็กทั้งสองเข้ากันได้ดีก็ดีใจ เจ๊ลั้ง (หน่อย-อุ่นเรือน) พยายามเอายาฆ่าแมลงมาขายให้กับชาวบ้านแทนการใช้น้ำส้มควันไม้ แต่ไม่มีใครสนใจเพราะไม่เชื่อใจเจ๊ลั้ง แต่เขียวรู้ไม่เท่าทันเจ๊ลั้งจึงนำยาฆ่าแมลงกลับไปที่ไร่แบ่งฝันปันรักด้วย

ตอนที่ 8 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2564 เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 กด 33
เขียว (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ป่วย เพราะโดนพิษของยาฆ่าแมลง ชมพู่ (โบว์-เมลดา) มาเยี่ยมเขียวที่บ้าน เขียวจึงสารภาพว่านำยาฆ่าแมลงเข้ามาในไร่จริงแต่ยังไม่ได้ใช้กับพืชผัก ชมพู่ให้หมอดินมาตรวจดินในไร่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของเขียว เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏ เขียวจึงกลับเข้าไปทำงานที่ไร่อีกครั้ง เขียวซึ้งใจในความรักที่ทุกคนมีให้แก่ตน เขียวเริ่มกลับมาพูดภาษาอีสานอีกครั้ง และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชมพู่ก็มีมากขึ้นทุกวัน

ชมพู่ให้เขียวผ่านด่านการปลูกแตงกวาในที่สุด หลังจากที่ กระเจี๊ยบ (กมลรัศมิ์ อารีสนั่น) หนีจาก ยอด (เต๋า-ภูศิลป์) ไป ส้มแป้น (เปรี้ยว-อนุสรา) ก็เลิกกับสามี ทั้งสองครอบครัว ก็ต่างดูแลครอบครัวของกันและกันเป็นอย่างดี ยอดกับส้มแป้นจึงเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน

ตอนที่ 9 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2564 เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 กด 33
ที่บ้านหนองกะแยงมีงานบุญซำฮะเป็นวันสุดท้าย ครอบครัว เขียว (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ชมพู่ (โบว์-เมลดา) ส้มแป้น (เปรี้ยว-อนุสรา) ยอด (เต๋า-ภูศิลป์) ครูริช (แดนนี่ ลูเซียโน่) ครูน้ำฝน (นับตังค์-นันท์ณภัส) ต่างไปร่วมงานที่วัดกันอย่างพร้อมหน้า

หลังจากที่เขียวผ่านด่านการปลูกแตงกวาแล้ว ชมพู่จึงเริ่มงานด่านต่อไป ด้วยการพาเขียวมาเรียนรู้ที่เล้าไก่อารมณ์ดี ศึกษาขั้นตอนการเลี้ยงไก่อย่างละเอียด ชมพู่กับเขียวดูแลไร่แบ่งฝันปันรักด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข
 
เมื่อ ยายผา เสียชีวิต ชมพู่จึงขอเงินบริจาคกับชาวบ้านเพื่อช่วยให้ ตาสอน เอาเงินไปไถ่โฉนดที่ดินคืนมาจาก เจ๊ลั้ง (หน่อย-อุ่นเรือน) ให้ได้ ถึงแม้พ่อและแม่ของ ตะขบ (นนท์ สกลนคร) จะไม่กลับมารับตะขบไปเลี้ยง แต่ทุกคนที่บ้านหนองกะแยงก็ให้ความรักความอบอุ่นตะขบเป็นอย่างดี


Adblock test (Why?)


ละคร “มนต์รักหนองผักกะแยง” ตอนที่ 7-9 ••• ครูริช - ผู้จัดการออนไลน์
Read More

ผู้บริหารจ.สระบุรี ปลื้มชวน พช.ปลูกผัก สร้างความมั่นคงทางอาหาร เฟส 2 - มติชน

ผู้บริหารจังหวัดสระบุรี ปลื้ม ปฏิบัติการ 90 วัน ชวนพช.ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เฟส 2 ที่บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัด

วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00 น.  นางอังคณา ชิตะติตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้เกียรติเปิดบ้านพักแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี โดยการนำของนายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดสระบุรี ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 ณ บริเวณบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในการนี้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี นำทีม พช.สระบุรี ดำเนินงานน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร รอบ 2 เชิญชวนผู้นำต้นแบบตัวอย่างจังหวัดสระบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ร่วมปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกผักสวนครัว อย่างน้อย คนละ 10 ชนิด เช่น พริก, มะนาว, กะเพรา, มะเขือ เป็นต้น เพื่อให้เป็นตัวอย่างการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือนพร้อมกันทั่วทั้งจังหวัดสระบุรี เน้นการพึ่งพาตนเอง และความสามัคคีของคนในชุมชน และเพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร ในระดับหมู่บ้าน ชุมชน ให้มีความยั่งยืน กิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ถือเป็นการประชาสัมพันธ์การปลูกผักสวนครัวของผู้บริหารระดับสูง “ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง” เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี อีกด้วยจังหวัดสระบุรี ได้รณรงค์ ส่งเสริมให้ครัวเรือน ในจังหวัดทั้ง 13 อำเภอ 110 ตำบล จำนวน 1,118 หมู่บ้าน ซึ่งมีผู้นำต้นแบบ จำนวน 1,342 คน เข้าร่วมกิจกรรมฯ รวมถึงผู้เข้าร่วม กิจกรรม 3 ประสาน จำนวน 678 คน มีครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัวมากถึง 133,732 ครัวเรือน และผู้มีความสนใจปลูกผักสวนครัวมากกว่า 10 ชนิดมากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนทั้งหมด ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี ยังคงดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว ต่อไป เพื่อเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมให้ครัวเรือนในจังหวัดปลูกผักสวนครัวมากกว่า 10 ชนิด ให้ครบทุกครัวเรือน
#เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565

#Change for good

#สถานีข่าวCNSสระบุรี

#มิตรภาพเริ่มต้นที่สระบุรี

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวเน็ต แชร์ภาพประกาศขายตึกค่ายเพลงดังยุค 90
บทความถัดไป“บิ๊กแจส” จองวัคซีนซิโนฟาร์ม ฉีดให้คนปทุมธานีไม่ต่ำกว่า 500,000 คน

matichon

Adblock test (Why?)


ผู้บริหารจ.สระบุรี ปลื้มชวน พช.ปลูกผัก สร้างความมั่นคงทางอาหาร เฟส 2 - มติชน
Read More

ปลูกผักกูดใต้ต้นทุเรียนสร้างรายได้ทั้งปี - ข่าวไทยพีบีเอส

เจ้าของสวนทุเรียนใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วสร้างประโยชน์เเละสร้างรายได้เสริมตลอดทั้งปี ด้วยการปลูกผักกูดส่งขายแม่ค้าในตลาด และต่อยอดขายผ่านทางเฟซบุ๊ก ล่าสุดขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท

ในสวนทุเรียนของนางสายสมร สุขสะอาด ชาวบ้านวังนกแอ่น ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จะปลูกผักกูดไว้ที่ใต้ต้นทุเรียน เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ระหว่างรอทุเรียนเติบโตและเก็บขายได้  

นางสายสมร นำผักกูดที่ขึ้นอยู่ริมตลิ่งลำน้ำเข็กบริเวณหน้าบ้าน มาปลูกไว้ใต้ต้นทุเรียน พบว่าผักกูดขยายพันธุ์เร็วจนเต็มพื้นที่ เธอจึงเก็บขายให้กับแม่ค้าในตลาด 10 กำ ราคา 70 บาท

ผักกูดสร้างรายได้ให้เธอตลอดทั้งปี ซึ่งปลายเดือน มิ.ย.นี้ เธอมียอดการสั่งจองทางโทรศัพท์และเฟซบุ๊ก ซึ่งขายได้ในราคากิโลกรัมละ 150 บาท อีกประโยชน์ของผักกูดคือ ช่วยคลุมดินไม่ให้ร้อนจนเกินไปในช่วงหน้าเเล้ง

Adblock test (Why?)


ปลูกผักกูดใต้ต้นทุเรียนสร้างรายได้ทั้งปี - ข่าวไทยพีบีเอส
Read More

สวพส. เผยแนวทางที่เหมาะสม ในการปลูกพืชผักคุณภาพบนพื้นที่สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - อาร์วายที9

สวพส. เผยแนวทางที่เหมาะสม ในการปลูกพืชผักคุณภาพบนพื้นที่สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า นางสาวเพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบัน ด้านการพัฒนา และ นายอิทธิพล โพธิ์ศรี นักวิชาการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง พบว่าพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือนั้นมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศต่างจากพื้นที่ราบเป็นอย่างมาก โดยเป็นเทือกเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 500 ถึงมากกว่า 1,000 เมตร ทำให้มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนตกชุก นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ จึงมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยในอดีตดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพด และพืชผักท้องถิ่น เพื่อเป็นพืชอาหารเป็นหลัก ส่วนพืชรายได้มีน้อยมาก จึงเกิดปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นพืชเสพติดที่สร้างปัญหาให้กับคนทั้งโลก ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงก่อตั้ง"โครงการหลวง" เพื่อส่งเสริมให้คนบนพื้นที่สูงปลูกพืชทดแทนฝิ่น โดยพืชส่วนใหญ่ที่ปลูกทดแทนฝิ่นเป็นพืชเมืองหนาว หากปลูกพืชผักเขตร้อนจะไม่สามารถแข่งขันทางการตลาดกับพื้นที่ราบได้ แต่ในอดีตพืชผักเขตหนาวเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย เราขาดองค์ความรู้ว่าจะปลูกพืชผักอะไร วิธีการเพาะปลูกอย่างไร และยังไม่มีตลาด โครงการหลวงเป็นหน่วยงานหลักที่ได้วิจัย ส่งเสริม และสร้างตลาด จนทุกวันนี้เป็นที่รู้จัก มีการปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ต่อมารัฐบาลได้ตั้ง สวพส. ขึ้นเพื่อสนับสนุนงานโครงการหลวง และขยายผลสำเร็จไปพัฒนาพื้นที่สูงต่าง ๆ ปัจจุบันพืชพันธุ์ใหม่ ๆ และวิธีการเพาะปลูกที่ประณีตและปลอดภัย ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมแก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

พืชผักกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง
พื้นที่สูงเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ แม้ว่ามีความจำเป็นต้องส่งเสริมอาชีพ เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่มากกว่า 4,000 ชุมชน มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ยังต้องคำนึงถึงการไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยและคุ้มค่าที่สุด และได้ผลตอบแทนเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่ที่ผ่านมาพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้พื้นที่และแรงงานจำนวนมาก ถึงจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงเป็นสาเหตุของการบุกรุกป่า เกิดการเผาและปัญหาหมอกควัน พืชผักจึงสามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีความต้องการของตลาดสูง จึงสามารถสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้กว้างขวาง การเพาะปลูกไม่มีปัญหาการเผา สามารถให้ผลตอบแทนสูงในพื้นที่จำกัดและได้ตลอดปี โดยเฉพาะเมื่อปลูกในระบบที่ประณีต จะยิ่งใช้พื้นที่และน้ำน้อยมาก ดังจะเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ดำเนินงานของ สวพส. หลายแห่ง เช่น น่าน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน ที่ปรับระบบเกษตรเป็นพืชผักและพืชอื่น ๆ ที่เหมาะสมแล้ว สามารถลดการบุกรุกป่า และการเผาได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

การผลิตพืชผักคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืนของการประกอบอาชีพปลูกพืชผักนั้น คุณภาพของผลผลิต และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจากการที่โครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีหนึ่ง ๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่า ประมาณ 646 ล้านบาท โดยมีหลักการและแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง ดังนี้

  1. การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแปลงของเกษตรกร บนพื้นที่สูงพื้นที่ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ จึงต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
  2. การวางแผนการผลิตและตลาด ความสำเร็จของการทำการเกษตรคือเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้และราคาเป็นธรรม การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินงานของสวพส. จะยึดหลักตลาดนำการผลิต หรือเป็นพืชหรือพันธุ์ใหม่ จะเริ่มส่งเสริมจากจำนวนที่ไม่มาก ควบคู่กับการสร้างตลาด สำหรับพืชผักเป็นพืชที่มีช่วงเวลาปลูกสั้น และต้องมีการวางแผนการผลิตและการตลาดให้สัมพันธ์กัน
  3. การเพาะปลูกภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือ พืชผักที่ปลูกภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะความตระหนักเรื่องสุขภาพ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน
  4. การเลือกพันธุ์และผลิตต้นกล้าแบบประณีต ความแม่นยำของปริมาณผลิตผลและช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ มาจากพื้นฐานสำคัญ คือ การผลิตต้นกล้าให้ได้ตรงตามพันธุ์ ปริมาณ และช่วงเวลา ซึ่งการผลิตต้นกล้าแบบประณีตในโรงเรือนเพาะกล้าโดยใช้วัสดุปลูกที่ดี ช่วยให้ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพ มีจำนวน และระยะเวลาที่แน่นอน รวมทั้งยังช่วยให้ใช้เมล็ดพืชผักพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูงได้อย่างคุ้มค่า
  5. โรงเรือน คือ หัวใจของคุณภาพและความปลอดภัย การปลูกผักในโรงเรือนช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง และยังใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการปลูกนอกโรงเรือนประมาณ 2-5 เท่า สามารถควบคุมการผลิตได้ค่อนข้างแม่นยำและผลผลิตมีคุณภาพดี ช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมากถึง 30-50 % ลดการใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ 100 ควบคุมการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้
  6. การปลูกและดูแลรักษาอย่างประณีต โดยเริ่มจากการปลูกในโรงเรือน ใช้ต้นกล้าที่คุณภาพดีสม่ำเสมอ ปลูกอย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ทุกต้นมีพื้นที่และได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอด้วยการให้ปุ๋ยทางระบบการน้ำ และการดูแลและป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด สำหรับพืชผักใบส่วนใหญ่จะปลูกลงแปลง (ดิน) โดยตรง สำหรับผักผลบางชนิด เช่น พริกหวาน และมะเขือเทศ นิยมที่จะปลูกในวัสดุปลูก (Substrate culture)
  7. การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการตลาดที่ดี นอกจากการผลิตในแปลงปลูกอย่างประณีตและปลอดภัยแล้ว ต้องมีการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี ทั้งการรวบรวมและการคัดคุณภาพของผลิตผลให้เป็นไปตามที่กำหนด การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งไปสู่ตลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องทำอย่างประณีตและรวดเร็ว เพื่อให้ผลิตผลถึงตลาดและผู้บริโภคด้วยคุณภาพดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิต โดยตรวจสารเคมีตกค้างทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงคัดบรรจุ ห้องเย็น ห้องวิเคราะห์สารเคมี หรือรถขนส่งผลผลิต ซึ่งเกษตรกรควรรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อให้รัฐสามารถให้สนับสนุนได้ง่าย รวมถึงการขอรับรองมาตรฐาน

"การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความใส่ใจและห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคในปัจุบันนี้ พืชผักจะเป็นอาหารอันดับแรก ๆ ที่มีความสำคัญ แต่เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชผักเป็นอาชีพอย่างมั่นคงได้ ความปลอดภัยของผลิตผล และการเพาะปลูกแบบประณีต เป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด และความพร้อมสำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ การเสื่อมโทรมและจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของกฏและกติกาการค้าต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต" นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ กล่าวส่งท้าย


Adblock test (Why?)


สวพส. เผยแนวทางที่เหมาะสม ในการปลูกพืชผักคุณภาพบนพื้นที่สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - อาร์วายที9
Read More

เราไม่ใช่ผักปลา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ขี่พายุทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว แต่เรายังจมปลักอยู่ตรงนี้!

ครับ ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ อียู 27 ชาติ  กำลังพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้ โดยไม่มีการกักตัว เพียงปฏิบัติตามเงื่อนไขการฉีดวัคซีน 1 เข็ม ที่ได้รับอนุญาต นั่นคือ ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และแอสตราเซเนกา

ก็ใช่ว่า ประเทศในกลุ่มอียูจะปลอดเชื้อ ปลอดโรคโควิด-19 ไปแล้วนะครับ อัตราการติดเชื้อในแต่ละวันก็ยังเป็นหลักพันหลักหมื่น และอัตราการตายก็ยังเป็นหลักร้อยหลักพันอยู่ เพียงแต่เป็นอัตราการแพร่เชื้อและการตายที่ลดลง ในขณะที่อัตราการแพร่เชื้อและการตายของเราเป็น “ขาขึ้น”

อัตราการรับวัคซีนของชาวยุโรปอยู่ในระดับ 30% ขึ้นไป แต่ของเรายังคืบคลานอยู่แค่ระดับ 2.4% มันไม่มีนัยยะต่อระดับ “ภูมิคุ้มกันหมู่” อะไรเลย

มัวทำอะไรอยู่ถึงล่าช้า? ก็รอวัคซีนหลัก แอสตราเซเนกา แล้วช่วงรอวัคซีนหลัก ทำอะไร ล่ะ? ก็ซื้อวัคซีนซิโนแวคมาฉีด “ขัดตาทัพ” ไปพลาง ๆ

นานวันเข้า วัคซีนหลัก ก็ยังไม่มาซักที เสียงตำหนิรัฐบาลอื้ออึงยิ่งขึ้น ก็เลยหยิบเบี้ยใกล้มือ นำวัคซีนขัดตาทัพมาใช้แทนวัคซีนหลักจนมียอดสั่งซื้อเกินกว่า 5 ล้านโดสเข้าไปแล้ว

จีนมีวัคซีนโควิด 2 ตัว คือ ซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ตัวที่ดีกว่าคือซิโนฟาร์ม และองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ให้การรับรองแล้ว แต่รัฐบาลไทยก็ไม่เลือก ดันไปเลือกเอาตัวด้อยกว่าคือซิโนแวค ที่จนบัดนี้ก็ยังไม่ผ่านการรับรองจาก WHO ซึ่งต่อไปเมื่อมีการใช้ “วัคซีน พาสปอร์ต” ก็น่าจะก่อปัญหาให้ไม่น้อย

ส่วนวัคซีนหลัก ซึ่งเลือกเอาแอสตราเซเนกา และรัฐบาลก็พยายามจะโหนว่าเป็นวัคซีนพระราชทานนั้น ก็ปรากฎว่า ในโลกนี้ ก็ยังมีวัคซีนที่เหนือกว่าแอสตราเซเนกาและมีข้อตำหนิน้อยกว่าแอสตราฯ เป็นอันมาก

นั่นก็คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน หรือ สปุตนิก V เป็นต้น

อะไรเป็นวัคซีนหลัก อะไรเป็นวัคซีนรอง รัฐบาลไทยภายใต้ ฯพณฯ ประยุทธ์อนุทิน ตัดสินใจเลือกแบบผิดฝาผิดตัวไปหมด

ควรจะเลือกไฟเซอร์-โมเดอร์นา ก็ดันเลือกแอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนหลัก และควรจะเลือกซิโนฟาร์มเป็นวัคซีนรอง ก็ดันเลือกซิโนแวคเสียนี่

มาวันนี้ แม้จะมีการยอมรับวัคซีนตัวรอง อาทิ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โมเดอร์นา และไฟเซอร์ ซิโนฟาร์ม กำลังจะตามมา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำมาฉีดให้ประชาชน หากหน่วยงานรัฐไม่เป็นผู้นำเข้ามาซะอย่าง

ข้อติดขัดใหญ่มีอยู่ด้วยกัน 2 ด่าน แต่ละด่านใช้เวลานานมาก

ด่านแรก คือ การขึ้นทะเบียนอ.ย. ซึ่งแบรนด์อินเตอร์โด่งดังมาขนาดไหน แต่หากอ.ย.ไม่รับรอง ก็นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไม่ได้ ขณะเดียวกัน แบรนด์รองที่อินเตอร์ฯ ยังไม่ยอมรับ แต่นโยบายรัฐไทยยอมรับซะอย่าง อ.ย.ก็พร้อมขึ้นทะเบียนให้

หลุดด่านอ.ย.มาก็เจอด่านองค์การเภสัชกรรม โดยเฉพาะสินค้าวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขชอบอ้างว่า เอกชนเมืองนอกพอใจจะขายให้รัฐเป็นคู่สัญญา เท่านั้น

ผมเองก็ชักสงสัยเหมือนกันว่ามันเป็นข้ออ้างหรือความจำเป็นแท้จริงกันแน่ แต่แม้เป็นเรื่องจริง ก็ไม่เห็นจะเป็นอุปสรรคยากเย็นอะไรนี่ รัฐบาลก็ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับวัคซีนมาจำหน่ายต่อให้กับโรงพยาบาลเอกชน ในราคาต้นทุน+ค่าบริหารจัดการนิดหน่อย

โรงพยาบาลเอกชนก็นำมาฉีดให้กับลูกค้าตนเอง ซึ่งมีความต้องการอย่างมหาศาลทั้งฉีดให้ตนเองและครอบครัว ตลอดจนลูกน้อง บริวาร พนักงานบริษัทตนเองในราคาต้นทุน+ค่าบริหารจัดการนิดหน่อยเช่นเดียวกัน

เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเข้าคิว รอฉีดวัคซีนจากบริการภาครัฐ ประหยัดเงินให้รัฐได้อีกทางหนึ่งด้วย

การจะได้มาซึ่งวัคซีนที่ดีกว่า ไม่เห็นจะยากเย็นแสนเข็ญตรงไหนเลยนี่ ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันฯ สปุตนิก วี ซิโนฟาร์ม ฯลฯ ก็ไม่เห็นจะเหลือบ่าฝ่าแรงแต่อย่างใด

แต่นี่พวกคุณ (ประยุทธ์และพวก) ไล่ต้อนและบีบคั้นประชาชนให้ยอมรับวัคซีนเกรดรอง แถมไอ้ที่จำยอมแล้วก็ยังเกิดการขาดแคลน เพราะการบริหารงานห่วย ๆ มั่วซั่ว กอปร์ทั้งความอ่อนหัดของพวกคุณ

วัคซีนแอสตราเซเนกา 1.7 ล้านโดส ที่พวกคุณสัญญาจะส่งมอบเมื่อ 21 พ.ค. มันหายไปไหน ไม่มีคำตอบ แล้วจู่ ๆ พวกคุณก็ยุบแอป “หมอพร้อม” บอกให้ไปจองวัคซีนท้องถิ่น หรือแอป “หมาพร้อม” ที่ไหนก็ไม่รู้ได้

วันจันทร์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันนัดจะมีการฉีดวัคซีนแอสตราฯ เข็มที่ 2 แก่ประชาชน แต่ถึงเวลาวัคซีนไม่มาตามนัด “ประชาชนแห้ว” แต่ในวันนั้นเองก็มีภาพพล.อ.ประยุทธ์ไปเต๊ะท่าถ่ายรูปฉีดเข็มที่ 2 พร้อมจัดเต็มบริวาร 9 คนเป็นแบ็คดรอป หลังภาพ บาดตายิ่งนัก!

จู่ ๆ ก็มีแอป “ไทยร่วมใจ” ให้จองวัคซีนกทม.ขึ้นมา และจู่ ๆ ก็มีแอปมือถือ 3 ค่าย ให้จองวัคซีนในโควตาสถานีบางซื่อของพรรคภูมิใจไทยขึ้นมา พวกคุณจะบริหารงานมั่วซั่วไปถึงไหนกันเนี่ย!

มันอ่อนหัดหรือ “ใจดำ” เห็นประชาชนเป็นผักปลากันเนี่ย

Adblock test (Why?)


เราไม่ใช่ผักปลา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
Read More

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.7 ชมพู่ ปลื้ม บักเขียว เอาใจใส่ไร่แตงกวาเป็นอย่างดี ไทยรัฐ 16 - ไทยรัฐ

28 พ.ค. 2564 10:35 น.

ชมพู่ บอก เขียว ว่าจะเริ่มการทดสอบด่านที่ 3 โดยสอนเรื่องการเตรียมแปลงผักสำหรับปลูกแตงกวาต่อไป ทั้ง ครูริช ส้มแป้น ยอด และ ครูน้ำฝน มากันพร้อมที่แปลงผักเพื่อช่วยสอนงานให้

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


มนต์รักหนองผักกะแยง EP.7 ชมพู่ ปลื้ม บักเขียว เอาใจใส่ไร่แตงกวาเป็นอย่างดี ไทยรัฐ 16 - ไทยรัฐ
Read More

Thursday, May 27, 2021

พัฒนาผลิตภัณฑ์ผงผักสกัดออแกนิก แบรนด์'โซล กรีน'ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในภาวะปัจจุบันที่คนเราต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ, สารเคมี เชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ร่วมสัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืนไปกับ “โซลกรีน” (SOULGREEN)ผงผักสกัดออแกนิกเกรดพรีเมียมระดับโลกได้การรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานนานาชาติสากล USDA (U.S.Department of Agriculture) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ล่าสุดได้จัดงานเวิร์กช็อปเปิดตัวแบรนด์ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ “โซล กรีน จูซ พาวเดอร์” (SOULGREEN Juice Power)สารสกัดจากผักใบเขียวที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยมี แพทย์หญิงวิภาวัณย์ อรรณพพรชัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม มาร่วมแนะนำการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน พร้อมเหล่าเซเลบริตี้สาวรักสุขภาพ ได้แก่ พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, วาริธรกันท์ไพบูลย์ และ ณภศศิ สุรวรรณ ร่วมงาน

“โซล กรีน” (SOULGREEN) ผลิตภัณฑ์ผงผักออแกนิกเกรดพรีเมียม ที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ด้วยส่วนผสมที่ถือว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดแห่งวงการอาหาร ได้แก่ หญ้าบาร์เล่ย์, หญ้าโอ๊ต,วีทกลาส และอัลฟัลฟ่า จากแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุดในโลกอย่าง รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านกระบวนการคั้นสดเป็นน้ำสกัดเข้มข้นหลังเก็บเกี่ยวและแปรรูปเป็นผงทันทีโดยไม่ผ่านความร้อน เพื่อคงคุณค่าสารอาหารได้อย่างครบถ้วนเสมือนกินผักสดจากฟาร์ม

พิมพ์นิภา ชมตระกูล

พิมพ์นิภา ชมตระกูล ผู้บริหาร แบรนด์ เผยว่า “ผักเป็นสารอาหารเบื้องต้นที่มีประโยชน์และมีคุณต่อร่างกายมากมาย เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ วิตามิน จึงทำให้ผักเป็นตัวเลือกสำคัญที่ถูกแนะนำให้บริโภคให้ครบตามสัดส่วนในแต่ละวัน ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด ก็ควรได้รับสารอาหารจากผักทุกวัน ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้บริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการรับประทานผัก 400 กรัม เหมือนจะเป็นปริมาณที่ไม่มากแต่การกินให้ครบนั้นไม่ง่ายเลย เพราะทุกคนมีความชอบในการกินที่ไม่เหมือนกัน หรือบางคนก็ไม่ชอบกินผักเลย และด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เกิดการบริโภคสารอาหารไม่สมดุลครบถ้วน เป็นปัญหาพื้นฐานของคนในยุคปัจจุบันส่งผลทำให้ภูมิต้านทาน ระบบต่างๆ ในร่างกายก็ถดถอยลงและจากความก้าวหน้าทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตระดับโลก ทำให้เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผงผักสกัดออแกนิกนี้ขึ้นมาเพิ่มเติมเต็มและทดแทนสารอาหารพื้นฐานที่ขาดหายไป ทำให้การกินผักกลายเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีความพิถีพิถันในการเลือกปรับประทานอาหาร หันมาใส่ใจ และรักสุขภาพกันมากขึ้น”

สำหรับผลิตภัณฑ์ “โซล กรีน จูซพาวเดอร์” (SOULGREEN Juice Power) เป็นผงผักออแกนิก ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบซอง โดยแต่ละซองได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ปริมาณสารอาหารอย่างเหมาะสมต่อหนึ่งวัน สกัดจากพืชใบเขียวในแหล่งเพาะปลูกจากรัฐยูท่าห์ ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ออแกนิก 100% ที่มีคุณภาพมากแห่งหนึ่งของโลก บนพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ ไม่มีสารเคมีหรือสารพิษปนเปื้อน ไม่มีส่วนประกอบของพืชดัดแปลงพันธุกรรม (NON GMO) นอกจากนี้ ปราศจากสารปรุงแต่งและสารกันบูด อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย คุณภาพเทียบเท่าน้ำผักคั้นสด ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารแบบวีแกน (VEGAN) หรือรอว์ฟู้ด (RAW) ก็สามารถทานได้ โดยมีส่วนผสมหลักจากผัก 4 ชนิด ประกอบไปด้วยหญ้าบาร์เล่ย์ (Barley) อุดมไปด้วยวิตามินบี,บี2, บี12, วิตามินซี, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก,แมกนีเซียม, แคโรทีน และกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยขจัดและลดสารพิษในร่างการลดคอเลสเตอรอล มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก สามารถซ่อมแซ่มดีเอ็นเอ (DNA) และยังช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้, หญ้าโอ๊ต(Oat) ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านริ้วรอยและการป้องกันโรคหัวใจ ช่วยชะลอกระบวนการแก่ชรา ลดผลกระทบจากภาวะเครียดที่เกิดจากการออกซิเดชั่นอีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลรอบประจำเดือน การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ดูดซึมของเสียในระบบย่อยอาหาร ไม่ก่อให้เกิดอาการท้องผูกและยังช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในลำไส้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี วีทกลาส (Wheat grass) พืชที่ให้สารคอโรฟิลล์สูง รวมถึงวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนมากมาย มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล และเพิ่มคอเลสเตอรอลดี (HDL) อีกทั้งช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากวีทกลาสมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด บรรเทาการอักเสบ ช่วยป้องกันร่างกายจากการบาดเจ็บและการติดเชื้อ และยังมีส่วนผสมจาก อัลฟัลฟ่า (Alfalfa) พืชตระกูลถั่วขนาดเล็กที่นิยมใช้ในการแพทย์แผนโบราณเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย อุดมไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

สนใจ “โซลกรีน” (SOULGREEN) ผงผักสกัดออแกนิกเกรดพรีเมียม ได้แล้ววันนี้ในช่องทางออนไลน์ที่ Line : @soulgreen,Facebook : SOULGREEN.SUPERFOOD และInstagram : SOULGREEN.SUPERFOOD #SoulgeenTH

Adblock test (Why?)


พัฒนาผลิตภัณฑ์ผงผักสกัดออแกนิก แบรนด์'โซล กรีน'ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Read More

สวพส. เผยแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักคุณภาพบนพื้นที่สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - ผู้จัดการออนไลน์



นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า นางสาวเพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการสถาบัน ด้านการพัฒนา และ นายอิทธิพล โพธิ์ศรี นักวิชาการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง พบว่าพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือนั้นมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศต่างจากพื้นที่ราบเป็นอย่างมาก โดยเป็นเทือกเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 500 ถึงมากกว่า 1,000 เมตร ทำให้มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนตกชุก นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ จึงมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยในอดีตดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพด และพืชผักท้องถิ่น เพื่อเป็นพืชอาหารเป็นหลัก ส่วนพืชรายได้มีน้อยมาก จึงเกิดปัญหาการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นพืชเสพติดที่สร้างปัญหาให้กับคนทั้งโลก ในการนี้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงก่อตั้ง “โครงการหลวง” เพื่อส่งเสริมให้คนบนพื้นที่สูงปลูกพืชทดแทนฝิ่น โดยพืชส่วนใหญ่ที่ปลูกทดแทนฝิ่นเป็นพืชเมืองหนาว หากปลูกพืชผักเขตร้อนจะไม่สามารถแข่งขันทางการตลาดกับพื้นที่ราบได้ แต่ในอดีตพืชผักเขตหนาวเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย เราขาดองค์ความรู้ว่าจะปลูกพืชผักอะไร วิธีการเพาะปลูกอย่างไร และยังไม่มีตลาด โครงการหลวงเป็นหน่วยงานหลักที่ได้วิจัย ส่งเสริม และสร้างตลาด จนทุกวันนี้เป็นที่รู้จัก มีการปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ต่อมารัฐบาลได้ตั้ง สวพส. ขึ้นเพื่อสนับสนุนงานโครงการหลวง และขยายผลสำเร็จไปพัฒนาพื้นที่สูงต่าง ๆ ปัจจุบันพืชพันธุ์ใหม่ ๆ และวิธีการเพาะปลูกที่ประณีตและปลอดภัย ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมแก่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง


พืชผักกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง
พื้นที่สูงเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ แม้ว่ามีความจำเป็นต้องส่งเสริมอาชีพ เพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่มากกว่า 4,000 ชุมชน มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ยังต้องคำนึงถึงการไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยและคุ้มค่าที่สุด และได้ผลตอบแทนเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่ที่ผ่านมาพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้พื้นที่และแรงงานจำนวนมาก ถึงจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงเป็นสาเหตุของการบุกรุกป่า เกิดการเผาและปัญหาหมอกควัน พืชผักจึงสามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีความต้องการของตลาดสูง จึงสามารถสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้กว้างขวาง การเพาะปลูกไม่มีปัญหาการเผา สามารถให้ผลตอบแทนสูงในพื้นที่จำกัดและได้ตลอดปี โดยเฉพาะเมื่อปลูกในระบบที่ประณีต จะยิ่งใช้พื้นที่และน้ำน้อยมาก ดังจะเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ดำเนินงานของ สวพส. หลายแห่ง เช่น น่าน เชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน ที่ปรับระบบเกษตรเป็นพืชผักและพืชอื่น ๆ ที่เหมาะสมแล้ว สามารถลดการบุกรุกป่า และการเผาได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


การผลิตพืชผักคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความยั่งยืนของการประกอบอาชีพปลูกพืชผักนั้น คุณภาพของผลผลิต และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจากการที่โครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยในปีหนึ่ง ๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่า ประมาณ 646 ล้านบาท โดยมีหลักการและแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง ดังนี้

1.การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแปลงของเกษตรกร บนพื้นที่สูงพื้นที่ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ จึงต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

2.การวางแผนการผลิตและตลาด ความสำเร็จของการทำการเกษตรคือเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้และราคาเป็นธรรม การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินงานของสวพส. จะยึดหลักตลาดนำการผลิต หรือเป็นพืชหรือพันธุ์ใหม่ จะเริ่มส่งเสริมจากจำนวนที่ไม่มาก ควบคู่กับการสร้างตลาด สำหรับพืชผักเป็นพืชที่มีช่วงเวลาปลูกสั้น และต้องมีการวางแผนการผลิตและการตลาดให้สัมพันธ์กัน

3.การเพาะปลูกภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือ พืชผักที่ปลูกภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะความตระหนักเรื่องสุขภาพ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน

4.การเลือกพันธุ์และผลิตต้นกล้าแบบประณีต ความแม่นยำของปริมาณผลิตผลและช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ มาจากพื้นฐานสำคัญ คือ การผลิตต้นกล้าให้ได้ตรงตามพันธุ์ ปริมาณ และช่วงเวลา ซึ่งการผลิตต้นกล้าแบบประณีตในโรงเรือนเพาะกล้าโดยใช้วัสดุปลูกที่ดี ช่วยให้ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพ มีจำนวน และระยะเวลาที่แน่นอน รวมทั้งยังช่วยให้ใช้เมล็ดพืชผักพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูงได้อย่างคุ้มค่า

5.โรงเรือน คือ หัวใจของคุณภาพและความปลอดภัย การปลูกผักในโรงเรือนช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง และยังใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการปลูกนอกโรงเรือนประมาณ 2-5 เท่า สามารถควบคุมการผลิตได้ค่อนข้างแม่นยำและผลผลิตมีคุณภาพดี ช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมากถึง 30-50 % ลดการใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ 100 ควบคุมการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้

6.การปลูกและดูแลรักษาอย่างประณีต โดยเริ่มจากการปลูกในโรงเรือน ใช้ต้นกล้าที่คุณภาพดีสม่ำเสมอ ปลูกอย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ทุกต้นมีพื้นที่และได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอด้วยการให้ปุ๋ยทางระบบการน้ำ และการดูแลและป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด สำหรับพืชผักใบส่วนใหญ่จะปลูกลงแปลง (ดิน) โดยตรง สำหรับผักผลบางชนิด เช่น พริกหวาน และมะเขือเทศ นิยมที่จะปลูกในวัสดุปลูก (Substrate culture)

7.การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการตลาดที่ดี นอกจากการผลิตในแปลงปลูกอย่างประณีตและปลอดภัยแล้ว ต้องมีการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี ทั้งการรวบรวมและการคัดคุณภาพของผลิตผลให้เป็นไปตามที่กำหนด การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งไปสู่ตลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องทำอย่างประณีตและรวดเร็ว เพื่อให้ผลิตผลถึงตลาดและผู้บริโภคด้วยคุณภาพดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิต โดยตรวจสารเคมีตกค้างทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงคัดบรรจุ ห้องเย็น ห้องวิเคราะห์สารเคมี หรือรถขนส่งผลผลิต ซึ่งเกษตรกรควรรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อให้รัฐสามารถให้สนับสนุนได้ง่าย รวมถึงการขอรับรองมาตรฐาน


“การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความใส่ใจและห่วงใยสุขภาพของผู้บริโภคในปัจุบันนี้ พืชผักจะเป็นอาหารอันดับแรก ๆ ที่มีความสำคัญ แต่เกษตรกรจะสามารถปลูกพืชผักเป็นอาชีพอย่างมั่นคงได้ ความปลอดภัยของผลิตผล และการเพาะปลูกแบบประณีต เป็นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด และความพร้อมสำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ การเสื่อมโทรมและจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของกฏและกติกาการค้าต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ กล่าวส่งท้าย

Adblock test (Why?)


สวพส. เผยแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักคุณภาพบนพื้นที่สูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - ผู้จัดการออนไลน์
Read More

คุ้ยประวัติ “เอก สวนผัก” เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส - ผู้จัดการออนไลน์

เค้นประวัติ “ เอก สวนผัก” ค้นบ้าน ยังไม่พบเชื่อมโยงคดีเงินกู้นอกระบบ ประสาน บก.สส.บช.น.ร่วมสืบ เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านช่วยแ...