
เกษตรฯ จับมือ กลาโหม รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิต เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าเกษตรคุณภาพในราคาดี บรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 และผลผลิตล้นตลาด
วันที่ 30 มิถุนายน 2564 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตรระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงกลาโหม ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงกลาโหม ได้มีแนวทางร่วมกันในการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร
โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ข้าราชการทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มีโอกาสได้เข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีจุดจำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากกรณีผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ จากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนความร่วมมืออื่น ๆ โดยกระทรวงกลาโหมยินดีรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกร

โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบในกรณีผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดจกสถานการณ์ต่าง ๆ และสนับสนุนพื้นที่สำหรับเป็นจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าเกษตรในจังหวัดต่าง ๆ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะสนับสนุนและคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อจำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร (Drop Point) และรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกร ตามความต้องการและศักยภาพของหน่วย
เช่น ผลผลิตปศุสัตว์ ประมง ผักและผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดพื้นที่ที่พร้อมให้การสนับสนุน รวม 42 พื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ทุกภาค ตัวอย่างพื้นที่นำร่องของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพร่วมกับกระทรวงกลาโหม เป็นพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น (Drop Point) รวมถึงเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร การจัดการระบบการขนส่งและการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
ซึ่งตัวอย่างสินค้า/ผลผลิตทางการเกษตรที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในช่วง 6 เดือนนี้ (กรกฎาคม-ธันวาคม 2564) ได้แก่ ผลไม้-ลำไยสด มะม่วงมหาชนก มะม่วงเขียวมรกต แก้วมังกร พืชผัก-พริก กระเทียม กะหล่ำปลี สินค้าปศุสัตว์-ไข่ไก่ ไข่เป็ด และสินค้าประมง-กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งก้ามกราม ปลากะพง”
โดยได้มอบหมายกรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จัดทำข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร ในปี 2564 ที่ประสงค์ให้กระทรวงกลาโหมรับซื้อและจัดจุดจำหน่าย โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักจัดทำข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม ภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหน่วยงานในสังกัดในระดับพื้นที่ร่วมกันสำรวจความต้องการรับซื้อและความพร้อม/ศักยภาพพื้นที่ของกระทรวงกลาโหม จำนวน 42 แห่ง ในพื้นที่ 25 จังหวัด ในการจัดเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรและกระจายผลผลิตทางการเกษตร โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดรายงานผลให้กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานต่อไป ปลัดเกษตรกล่าว
นอกจากนี้ สำหรับเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ได้โดยตรงอีกด้วย
กลาโหมรับซื้อผัก ผลไม้ ช่วยเกษตรกรช่วงโควิดไม่อั้น พร้อมเปิดพื้นที่ช่วยขายฟรี - ประชาชาติธุรกิจ
Read More














เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 พระครูอนุสนธิ์ธรรมกิจ เจ้าอาวาสวัดหมอกจำแป่ หมู่ที่ 1 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบและเชิดชูเกียรติการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ 2 จากนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ พระครูอนุสนธิ์ธรรมกิจ เจ้าอาวาสวัดหมอกจำแป่ ถือได้ว่าเป็นบุคคลต้นแบบที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ฯ มาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้มีการปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ มากกว่า 20 ชนิด ไว้บริโภคในบริเวณวัดหมอกจำแป่ และยังได้แบ่งปัน แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้ามาเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้ เพื่อนำไปประกอบอาหารในช่วงยามวิกฤตอีกด้วย





















