Rechercher dans ce blog

Thursday, February 24, 2022

ลิงแสบแอบบุกร้านชำลักผัก-ขนมกิน ชาวบ้านวอนหน่วยงานช่วยจับ - เดลีนีวส์

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.

Adblock test (Why?)


ลิงแสบแอบบุกร้านชำลักผัก-ขนมกิน ชาวบ้านวอนหน่วยงานช่วยจับ - เดลีนีวส์
Read More

Tuesday, February 22, 2022

มะนาวแพง ไม่ใช่ปัญหา รู้หรือไม่? ใช้พืชผักใกล้ตัว แทนรสเปรี้ยวได้ - SpringNews

แต่รู้มั้ยว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องความเปรี้ยว กำลังสูญหายไปตามกาลเวลา เพราะการกินเชิงอุตสาหกรรม พืชผักผลไม้ที่ปลูกแบบไร่ ทำให้พืชสวนหลังบ้านหดหายและถูกลดความสำคัญลง พื้นที่ปลูกผักพื้นถิ่นต่างๆ ก็ถูกถางทำเป็นที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย บวกกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป สังคมเมืองที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้านพักผ่อน ก็หมดวันแล้วแบบนี้ จะหาเวลาที่ไหนไปชื่นชม ลิ้มรสความสุนทรีย์ในการกิน” จากคำสัมภาษณ์ของ คุณ อัยย์ พิมพ์เวิน บรรณาธิการด้านอาหาร ทำให้เราได้เห็นมิติของอาหารที่เกี่ยวพันเชื่อมโยงมากกว่าแค่การอิ่มท้อง

มาลองสำรวจ ลิ้มรสความเปรี้ยวอันหลากหลายที่ความสมบูรณ์ของประเทศเราเสิร์ฟให้ชิมกันบ้างดีมั้ย 

แต่ละชนิดจะให้รสชาติ ความเปรี้ยว และกลิ่นที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับเมนูอาหารที่ต้องการใส่ ดังนี้

  • ผลและใบของมะดัน เหมาะสำหรับ ต้มแกง น้ำพริก ให้รสเปรี้ยวแหลมจัดกว่ามะนาว มีกลิ่นเฉพาะตัว สามารถใส่ได้ทั้งลูกหรือฝานเฉพาะบางส่วน
  • ยอดมะขามอ่อน เหมาะสำหรับใช้ต้มแกงยำ
  • ใบชะมวง เหมาะสำหรับ ต้มแกง ให้รสเปรี้ยวจัด กลิ่นฉุน
  • ตะลิงปลิง เหมาะสำหรับ แกง ยำ น้ำพริก ให้รสให้รสเปรี้ยวอ่อนกว่ารสมะนาว ใส่ได้ทั้งลูก
  • มะปริงหรือมะปรางอ่อน เหมาะสำหรับปรุงรสชาติน้ำยำหรือน้ำพริก
  • ส้มแขก เหมาะสำหรับเมนูต้มหรือแกง ให้เปรี้ยวจัดแต่น้อยกว่ามะนาว ไม่มีกลิ่น
  • มะขามเปียก สามารถปรับใช้ได้หลากหลายเมนู ให้รสเปรี้ยวนุ่มนวล มีรสหวานแทรกและทำให้อาหารข้นขึ้น
  • ส้มจี๊ด ใช้ปรุงได้แทนมะนาวเลย น้ำมากรสเปรี้ยวจึงเจือจาง มีกลิ่นเฉพาะตัว

ทั้งนี้ในแต่ละภาคต่างมีรสชาติความเปรี้ยวที่แฝงอัตตลักษณ์และวิถีชีวิตของตัวเองอีกด้วย 

  • ภาคใต้ นิยมใช้น้ำส้ม ที่หมักจากต้นโตนด หรือ ช่อของดอกต้นจาก มาใช้ทำน้ำจิ้ม น้ำพริก หรือแกง
  • ภาคอีสาน ใช้มดแดง เพื่อปรุงรสเปรี้ยว โดยการเอาหม้อหรือชามไปรองใต้ต้นไม้ แล้วเขย่าให้มดแดงตกลงมา เวลามดตกใจจะปล่อยกรดออกมา ซึ่งกรดนี่เองทำให้อาหารมีรสเปรี้ยว 
  • ภาคเหนือ นิยมใช้ มะนาว ส้มจี๊ด มะเขือเทศ และ มะขามเปียก
  • ภาคตะวันออก ทางจังหวัดจันทบุรี ระยอง จะนิยมใช้ใบชะมวง หรือ ระกำในการต้มและทำน้ำพริก ที่ขึ้นชื่อมาก คือ น้ำพริกระกำ และ แกงหมูชะมวง

วัฒนธรรมการกินอาหารเป็น soft power ที่ทรงพลังมากอย่างหนึ่ง ที่มักใช้ในสื่อภาพยนตร์ สารคดีและรวมถึงซีรี่ย์ การสอดแทรกเนื้อหา เรื่องราวอาหารกับผู้คน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงและดึงดูดให้เกิดความใคร่รู้แก่ผู้ชม แต่ถ้าคนท้องถิ่นเองไม่เรียนรู้และรักษาภูมิปัญญาความหลากหลายด้านรสชาตินี้ไว้ สเห่น์แห่งครัวโลกที่ประเทศเราอยากก้าวไปยืนก็อาจจะไม่เป็นดังหวัง

บก.อัยย์จึงฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ครั้งต่อไปที่ออกเดินทางท่องเที่ยว ลองไปเดินตลาด ดูคนท้องถิ่นว่ากินอะไร หรือ ถ้าไปสั่งอาหารที่ร้านลองให้เจ้าของร้านแนะนำเมนูใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นชื่อดูบ้าง จะได้ขยายจักรวาลรสชาติให้กว้างขึ้น เปิดใจเรียนรู้ความแตกต่างใหม่ๆ แล้วจะประหลาดใจกับความสมบูรณ์ที่บ้านเรามี

Adblock test (Why?)


มะนาวแพง ไม่ใช่ปัญหา รู้หรือไม่? ใช้พืชผักใกล้ตัว แทนรสเปรี้ยวได้ - SpringNews
Read More

Saturday, February 19, 2022

เกาหลีเหนือเริ่มการสร้างฟาร์มปลูกผัก ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งใหม่ - เดลีนีวส์

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.

Adblock test (Why?)


เกาหลีเหนือเริ่มการสร้างฟาร์มปลูกผัก ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งใหม่ - เดลีนีวส์
Read More

Wednesday, February 16, 2022

ผักสวนครัว 7 ชนิด ถูกใจคนรักหุ่นสวย แคลอรีต่ำ กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน - Sanook

วันนี้แวะมาเอาใจสาวๆ ที่ชื่นชอบการกินผัก และอยู่ในช่วงของการสร้างหุ่นสวยสุขภาพดีกันค่ะ ซึ่งผักที่เราเอามาฝากกันนั้น จัดเป็นผักสวนครัวที่เหมาะสำหรับคนรักหุ่นสวย เนื่องจากเป็นผักที่มีปริมาณแคลอรีต่ำ กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน มาดูกันค่ะว่าผักสวนครัวทั้ง 7 ชนิดที่มีแคลอรีต่ำมีอะไรกันบ้าง


1.มะระ
มะระปริมาณ 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 34 แคลอรี แม้จะเป็นผักที่ให้รสชาติขม แต่ก็มากมายไปด้วยสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคเบาหวาน บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง พร้อมทั้งช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ดีอีกด้วย


2.ถั่วงอก
ถั่วงอกปริมาณ 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 22 แคลอรี ทั้งนี้ถั่วงอกยังอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่สูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินอี ซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม และมีความเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ


3.ผักคะน้า
ผักคะน้า 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 31 แคลอรี และผักคะน้ายังจัดอยู่ในกลุ่มผักที่มีน้ำน้อยที่สุด จึงเหมาะสำหรับการกินในช่วงลดน้ำหนัก อีกทั้งยังมีแคลเซียม ซึ่งช่วยปรับระดับของฮอร์โมนให้คงที่ ส่งผลให้ร่างกายลดการกินจุบจิบได้ดี นอกจากนี้การกินผักคะน้ายังช่วยลดอาการหงุดหงิดและอารมณ์แปรปรวนในช่วงมีประจำเดือนสำหรับสาวๆ ได้เป็นอย่างดี


4.ตำลึง
ตำลึง 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 30 แคลอรี เป็นหนึ่งในผักที่ไม่เพียงแต่จะเหมาะสำหรับสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นผักที่ช่วยทำให้ผิวพรรณมีความเปล่งปลั่งและสดใสมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดการเสื่อมของจอประสาทตา ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้ที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยบำรุงน้ำนมให้คุณแม่ลูกอ่อนอีกด้วย


5.ผักบุ้ง
ผักบุ้ง 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ  19 แคลอรี นอกจากนี้ยังเป็นผักที่มีความโดดเด่นในการรักษาอาการสายตาสั้น ช่วยเพิ่มความจำได้ดี บำรุงสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ แลดูเปล่งปลั่งสดใสมีออร่า


6.แตงกวา
แตงกวา 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 15 แคลอรี แถมยังเป็นผักที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกายได้ดี ทำให้ร่างกายสดชื่น ผิวพรรณกระจ่างใส สำหรับใครที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก แนะนำให้กินแตงกวาประมาณ 3 ผลก่อนมื้ออาหาร จะช่วยให้การกินอาหารของสาวๆ ลดน้อยลง แถมยังทำให้อิ่มเร็วขึ้นอีกด้วย


7.ฟักเขียว
ฟักเขียว 100 กรัม ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 11 แคลอรี ถือเป็นผักที่เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ลดน้ำหนักอย่างมากเลยทีเดียว เพราะถือเป็นผักที่มีแคลอรีต่ำมากๆ นั่นเอง นอกจากนี้ฟักเขียวยังมีส่วนช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงผิวพรรณ และช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้


สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากลดน้ำหนักพร้อมกับการมีสุขภาพดี อย่าลืมหมั่นกินผักสวนครัวที่สามารถหามากินได้ง่ายๆ เช่นผัก 7 ชนิดที่เราได้เอามาบอกกันนะคะ เพราะผักเหล่านี้ล้วนมีปริมาณแคลอรีต่ำ แถมยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆ อีกมายมาย 

Adblock test (Why?)


ผักสวนครัว 7 ชนิด ถูกใจคนรักหุ่นสวย แคลอรีต่ำ กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน - Sanook
Read More

สวนเกษตรผสมผสานลุงเซียง ปลูกผักปลอดสารหลังทำนา เก็บไปขายได้ตลอดทั้งปี - ไทยรัฐ

ลุงเซียง เกษตรกรดีเด่นกบินทร์บุรี ใช้ที่นาหลังเก็บเกี่ยวข้าวทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผักปลอดสารพิษไว้กินเอง และขายตามตลาดสร้างรายได้ ต่อเดือน 3-5 หมื่นบาท แล้วมีที่เหลือยังปลูกหญ้าแฝกไว้ขายด้วย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบกับนายถวัลย์ จันทร์เพ็ญ (ลุงเซียง) อายุ 63 ปี กับ นางเปีย จันทร์เพ็ญ อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี กำลังช่วยกันเก็บผักเพื่อเตรียมไปขาย ตลาดเช้าที่ตลาดเม่งหลี ในเมืองกบินทร์บุรี ก็มีผักมากมาย เช่น มะเขือเปราะ มะเขือยาว ผักชะอม ฟักทอง บวบ ผักกรูด ถั่วพลู และ ผักอีกมากมาย ราคาเพียง 5-10 บาท เตรียมขายตลาดเช้าเม่งหลี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.00 น. - 08.00 น. ส่วนพื้นที่ที่ปลูกทำเป็นแปลงเกษตร บนพื้นที่ 15 ไร่ โดยทำเป็นแปลงพืชหมุนเวียน ผักต่างๆ และไม้ผลต่างๆ คือเก็บผลผลิตกินขายได้ทั้งปี และขายได้ทุกวัน โดยเฉพาะผักกูดขายดีมากเก็บได้ทุกวัน และลุงเซียงยังปลูกหญ้าแฝกขายอีกด้วยสร้างรายได้อีกทาง

นายถวัลย์ (ลุงเซียง) กล่าวว่า ตัวเองก็เป็นชาวนา โดยทำนาปีเมื่อหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ พื้นที่ก็ว่างเปล่า จึงดัดแปลงทำเป็นแปลงสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกผักไว้กินเองบ้างขายบ้างสร้างรายได้ ให้ครอบครัวอีกทาง ส่วนผักและไม้ผลที่ให้ผลผลิตตนจะนำไปขายที่ตลาดเม่งหลี มีรายได้เดือนหนึ่ง อยู่ราวๆ 30,000 - 50,000 บาท โดยผักที่ตนปลูก จะปลอดสารเคมี และยังปลูกหญ้าแฝกไว้ขายอีกด้วย ส่วนลุงเซียงเคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น ภาคตะวันออก จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร.9 และรางวัลอีกมากมาย ใครที่สนใจจะทำสวนปลูกสวนผสมผสาน หรืออยากได้ผักผลไม้ไปขาย หรือรับประทานเอง โทรสอบถามปรึกษาได้ที่เบอร์ลุงเซียง 08-1299-2893.

Adblock test (Why?)


สวนเกษตรผสมผสานลุงเซียง ปลูกผักปลอดสารหลังทำนา เก็บไปขายได้ตลอดทั้งปี - ไทยรัฐ
Read More

Monday, February 14, 2022

ลุงวัย60ปลูกผักขายส่งลูกสาว3คนเรียนจบปริญญา - โพสต์ทูเดย์

เผยเคล็ดลับลุงวัย60จบป.4ทำเกษตรส่งลูกสาว3คนเรียนจบปริญญาตรี ต้องศึกษาเรียนรู้เน้นปลูกพืชผสมผสานหลายอย่างและดูความต้องการตลาดเป็นหลัก

นายยวด พลอยรัมย์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านโคกตาล ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนจบชั้น ป.4 เพราะฐานะครอบครัวยากจนจึงไม่ได้เรียนต่อ แต่ไม่ได้ย่อท้อต่อโชคชะตา ยั'มุ่งมั่น ขยัน อดทนในการทำเกษตรมาตลอดทั้งทำนา และปลูกพืชผักขาย จนส่งลูกสาว 3 คนเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโท ปัจจุบันลูกสาวคนโตก็ได้บรรจุเป็นข้าราชการครู คนกลางทำธุรกิจส่วนตัว และคนเล็กเป็นพยาบาลที่ จ.นนทบุรี ถือเป็นความสำเร็จและภาคภูมิใจของคนเป็นพ่อ

แต่ปัจจุบันคุณลุงยวดก็ยังคงยึดอาชีพปลูกผักขายด้วยการเช่าพื้นที่ว่างเปล่าใกล้กับห้วยจรเข้มาก ประมาณ 15 ไร่ ปลูกพืชผสมผสานหลายชนิด อาทิ มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือเทศ แตงกวา พริก แมงลัก มะเขือเทศ และพืชผักอื่นๆ อีกหลายชนิด จนเกือบเต็มพื้นที่ 15 ไร่ โดยจะปลูกแบบระบบน้ำหยด เก็บผลผลิตขายทั้งปลีกและส่ง ก็มีจ้างชาวบ้านในพื้นที่มาช่วยปลูก และเก็บผลผลิตส่งตลาด ช่วงนี้ก็จะมีรายได้จากการปลูกผักขายวันละ 2,000 – 3,000 บาท หักต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าเช่าพื้นที่ และคนงานแล้ว ก็จะมีกำไรอยู่วันละกว่า 1,000 บาท แต่หากช่วงไหนพืชผักราคาแพงก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด

"การทำเกษตรต้องขยัน อดทน หมั่นเรียนรู้และหาประสบการณ์ด้วยตัวเอง เพราะอาชีพเกษตรไม่ใช่เรื่อยง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ต้องศึกษาวิธีปลูก การให้น้ำ ให้ปุ๋ยที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องศึกษาตลาดให้ดี ควรเลือกปลูกพืชผักตามความต้องการของตลาดในช่วงนั้นๆ เป็นหลัก และอย่าปลูกพืชชนิดเดียว ให้ปลูกหมุนเวียนไปเรื่อย เพราะเมื่อหลายปีก่อนลุงเคยมีรายได้จากการเก็บแตงกวาส่งขายถึงวันละเกือบ 3 หมื่นบาทมาแล้ว เพราะเป็นช่วงที่ตลาดต้องการและราคาสูง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็ดีใจ แต่ทุกวันนี้ก็จะได้วันละประมาณ 2,000 – 3,000 บาท แต่ก็ถือว่ายังอยู่ได้ เพราะลูกสาวทั้ง 3 คนก็เรียนจบและมีงานทำแล้ว"

Adblock test (Why?)


ลุงวัย60ปลูกผักขายส่งลูกสาว3คนเรียนจบปริญญา - โพสต์ทูเดย์
Read More

Wednesday, February 2, 2022

เกษตรกรถูกหลอกขายผัก แต่ไม่ได้เงินตามที่ตกลง จ.เชียงใหม่ - ช่อง 7

เช้านี้ที่หมอชิต - ข่าวนี้เป็นความเดือดร้อนของเกษตรที่ปลูกกะหล่ำปลีและผักกาดขาว ในพื้นที่ภาคเหนือ หลังติดต่อขายผักสดให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รับซื้อผลผลิตทางเกษตร แต่เมื่อส่งสินค้าไปแล้ว กลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้

เกษตรกรผู้ปลูกผักในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน และตาก นำหลักฐานเข้าร้องเรียนกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังติดต่อขายผักสดให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่เมื่อรวบรวมผักส่งให้ตามที่ตกลง กลับไม่ได้รับเงิน บางคนได้รับเงินแต่ไม่ครบ และบางคนก็ถูกบ่ายเบี่ยง อ้างว่าหักค่าถุงบ้าง ค่าผักที่เสียหายไปบ้าง

นางสาวกมลวรรณ จินดาหลวง อายุ 36 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้เสียหาย เปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวได้โพสต์รับซื้อผักหลายชนิดหน้าเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งให้ราคาสูงกว่าปกติจากราคาท้องตลาด เธอจึงติดไปต่อสอบถามรายละเอียด และได้รับคำตอบว่าหลังส่งสินค้าให้เกษตรกรวางบิลไว้ 7 วัน จากนั้นวันที่ 8 จะโอนเงินให้ แต่ปรากฏว่า หลังครบกำหนดกลับไม่มีการโอนเงิน เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าสินค้าเสียหายบ้าง ไม่ได้คุณภาพบ้าง บรรจุถุงไม่ตรงตามที่ตกลงบ้าง เกษตรกรบางคนถูกเรียกไปเซ็นสัญญาซื้อขาย แต่เมื่ออ่านรายละเอียดอีกครั้ง พบว่าเป็นเพียงสัญญารับจ้างและส่งของ

ด้าน พลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า เบื้องต้นขอตรวจสอบรายละเอียดพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าวก่อน ว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ก่อนจะนำมาข้อมูลหลักฐานมาประกอบสำนวนคดี และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายเคยเข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ปิง และตำรวจได้เรียกให้เข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ทางบริษัทกลับไม่ส่งตัวแทนมา และยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนมียอดความเสียหายตั้งแต่ 40,000 บาท จนถึง 200,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาท และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาซึ่งไม่กล้าออกมาเรียกร้อง

Adblock test (Why?)


เกษตรกรถูกหลอกขายผัก แต่ไม่ได้เงินตามที่ตกลง จ.เชียงใหม่ - ช่อง 7
Read More

Tuesday, February 1, 2022

ทำไมจึงไม่ควรกินผักโขมมากจนเกินไป - ไทยรัฐ

ผักใบเขียวถือเป็นหนึ่งในชนิดผักที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก แต่การบริโภคก็ต้องมีความเหมาะสมและพอดีเพราะอาหารใดๆที่บริโภคมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ผักโขมก็เป็นหนึ่งในผักใบเขียวที่ยอดนิยม ทว่าก็เป็นผักอีกชนิดที่ต้องบริโภคอย่างระมัดระวังและในปริมาณที่จำกัด

จริงอยู่ที่มีหลายเหตุผลทำให้เรียกผักโขมว่าเป็นสุดยอดอาหาร เช่น มีแคลอรีต่ำ เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก วิตามินเอ, ซี และเค อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง จัดการระดับน้ำตาลในเลือด ลดน้ำหนัก และเพิ่มระดับฮีโมโกลบินในเลือด และอาจช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากกินผักโขมมากเกินไป เมื่อเร็วๆนี้เว็บไซต์ไทม์ส ออฟ อินเดีย มีข้อมูลมาแบ่งปันว่า การกินผักโขมถ้วยเล็กๆ ทุกวันไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือทำให้เกิดผลข้างเคียง แต่การกินผักโขมมากเกินไปทุกวันๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างช้าๆ เพราะผักโขม มีกรดออกซาลิก หากร่างกายได้รับกรดดังกล่าวเกินระดับปกติ ก็จะเริ่มส่งผลต่อความสามารถของร่างกายในการดูดซับแร่ธาตุอื่นๆ กรดออกซาลิกจะจับกับสังกะสี แมกนีเซียม และแคลเซียม จึงอาจทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุ นอกจากนี้ ผักโขมยังมีสารฮีสตามีนที่บางคนอาจจะแพ้ หรือการที่ผักโขมมีไฟเบอร์สูง พอกินมากเกินไปก็อาจก่อปัญหาที่กระเพาะอาหาร มีแก๊ส ท้องอืด เป็นตะคริว

ส่วนคนที่ต้องระวังในการบริโภคผักโขมก็คือผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่วในไต คนที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบ ปวดข้อ บวม รวมถึงผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด.

Adblock test (Why?)


ทำไมจึงไม่ควรกินผักโขมมากจนเกินไป - ไทยรัฐ
Read More

คุ้ยประวัติ “เอก สวนผัก” เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส - ผู้จัดการออนไลน์

เค้นประวัติ “ เอก สวนผัก” ค้นบ้าน ยังไม่พบเชื่อมโยงคดีเงินกู้นอกระบบ ประสาน บก.สส.บช.น.ร่วมสืบ เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านช่วยแ...