
สะ-เล-เต
7 ก.ย. 2564 05:01 น.
มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน และอาการจะรุนแรงเมื่ออากาศร้อน มีอุณหภูมิสูง 30-38 เซลเซียส
อาการเริ่มแรกจะพบบนใบหรือบริเวณลำต้นมีแผลเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ ต่อมาแผลจะขยายลุกลามเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเนื้อเยื่อบริเวณแผลจะยุบตัวลง และจะมีเมือกกลิ่นเหม็นฉุนเยิ้มออกมาภายนอก จากนั้นต้นพืชจะเน่ายุบตายไปทั้งต้น
การป้องกันและแก้ไข ควรหมั่นสำรวจตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการของ โรคเน่าเละ ในแปลงปลูก ให้รีบขุดต้นที่เป็นโรคและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที
หลีกเลี่ยงการทำให้ส่วนต่างๆของพืชเกิดแผล เพราะแผลจะเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายพืชได้ง่าย รวมถึงควรดูแลไม่ให้พืชขาดธาตุแคลเซียมและโบรอน เพราะจะทำให้พืชเกิดแผลจากอาการปลายใบไหม้และไส้กลวง ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายได้ง่าย และควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆให้สะอาด ผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้ง
หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว ก่อนการปลูกพืช เกษตรกรควรไถกลบเศษพืชผักและไถพรวนพลิกหน้าดินให้ลึกจากผิวดินมากกว่า 20 เซนติเมตร ทิ้งตากแดดให้นานกว่า 2 สัปดาห์ และไถกลบพลิกหน้าดินอีกครั้ง
สำหรับพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคเน่าเละ ให้หันไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพด และฤดูปลูกถัดไปควรเลือกพื้นที่ปลูกที่มีการระบายน้ำที่ดี ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และหลีกเลี่ยงการปลูกพืชแน่นจนเกินไป.
สะ–เล–เต
อ่านเพิ่มเติม...
กะหล่ำ+ผักกาดระวังเน่าเละ - ไทยรัฐ
Read More
No comments:
Post a Comment