Rechercher dans ce blog

Saturday, July 30, 2022

สินค้าพาเหรดขึ้นราคาอีก 'น้ำตาล-พริกขี้หนู-ผงชูรส-ผัก-ผลไม้กระป๋อง' ดีเดย์ 1 ส.ค. ค้าส่งชี้กำลังซื้อซบเซา - มติชน

สินค้าอุปโภคบริโภคเตรียมพาเหรดขึ้นราคาอีกในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จากการสอบถามร้านค้าพบว่ายังมีสินค้าที่ทยอยแจ้งปรับราคา วันที่ 1 สิงหาคมนี้อีกหลายรายการ ส่วนราคาน้ำมันพืชบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร ทั้งน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองราคาเริ่มปรับลง ขณะที่ยอดขายยังลดลง 30-50% เนื่องจากคนไม่มีกำลังซื้อ

น.ส.ต๋อง เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า วันที่ 1 สิงหาคมนี้มีสินค้าปรับราคาขึ้น อาทิ น้ำตาลทรายมิตรผล ขึ้น 1 บาท/ถุง (น้ำหนัก 1 กก.) จาก 24 บาท เป็น 25 บาท/ถุง น้ำตาลปี๊บขึ้น 1 บาท/ถุงขนาด 500 กรัม จาก 14 บาท เป็น 15 บาท/ถุง ขนาด 1 กก. จาก 28 บาท เป็น 29 บาท/ถุง เส้นหมี่อบแห้งไวไวขึ้น 1 บาท/ห่อ จาก 14 บาท เป็น 15 บาท/ห่อ กะปิขึ้นราคาต้นทุน 1 บาท/กระปุก ส่วนราคาขายปลีกยังคงเดิม 16 บาท/กระปุก น้ำปลาร้าขวดยี่ห้อหนึ่งขึ้นราคา 5 บาท/ขวด จาก 25 บาท เป็น 30 บาท/ขวด พริกแห้งขึ้น 5 บาท/กก. ราคาอยู่ที่ 170-230 บาท/กก. ขึ้นอยู่แต่ละชนิด หอมแดงเล็กขึ้น 5 บาท จาก 95 บาท เป็น 100 บาท/กก. น้ำมันพืชราคาทยอยลดลงโดยน้ำมันปาล์มลงอยู่ที่ 60 บาท/ขวด และน้ำมันพืชถั่วเหลืองอยู่ที่ 67 บาท จากเดิม 70 บาทขวด

“เดือนนี้มีวันหยุดเยอะ ยิ่งทำให้ยอดขายที่ไม่ดีอยู่แล้ว ตกมากขึ้นถึง 50% เพราะคนออกต่างจังหวัด ลดปริมาณการซื้อ ถึงรัฐบาลจะเติมเงินอีก 800 บาท ในโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่ค่อยกระตุ้นกำลังซื้อเท่าไหร่ เพราะคนรายได้ลดลง ไม่มีเงินที่จะไปเติมสมทบอีกครึ่งหนึ่ง” น.ส.ต๋องกล่าว

ด้านเจ้าของร้านเจ๊เอง กล่าวเสริมว่า วันที่ 1 สิงหาคมนี้ ได้รับแจ้งจากผู้ผลิตและจำหน่ายผงชูรสยี่ห้อ “อายิโนะโมะโต๊ะ” จะปรับราคาขึ้นอีก 10 บาท/ถุง (1 กก.) จาก 98 บาท เป็น 108 บาท/ถุง ยังมีผู้ผลิตผงปรุงรส “รสดี” แจ้งว่า จะยังไม่ขึ้นราคาแต่ลดปริมาณจาก 850 กรัม เหลือ 800 กรัม

แหล่งข่าวจากร้านค้าปลีกและค้าส่งรายหนึ่ง กล่าวว่า วันที่ 1 สิงหาคมนี้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้กระป๋องยี่ห้อ “มาลี” จะปรับราคาขึ้นอีก 12% หรือประมาณ 11 บาท/กระป๋อง จาก 85 บาท เป็น 96 บาท/กระป๋อง

สำหรับความเคลื่อนไหวอาหารสด แม่ค้าขายผักรายหนึ่ง กล่าวว่า มีพริกขี้หนูสวนที่ราคายังคงสูงต่อเนื่องโดยอยู่ที่ 220-300 บาท/กก. ขึ้นอยู่กับแหล่งที่เก็บและการขนส่ง พริกกะเหรี่ยงขึ้น 50 บาท จาก 150 บาท เป็น 200 บาท/กก. ผักชีขึ้น 20 บาท จาก 160 บาท เป็น 180 บาท/กก.

ต้นหอมขึ้น 20 บาท จาก 130 บาท เป็น 150 บาท/กก. ผักบุ้งจีนขึ้น 10 บาท จาก 30 บาท เป็น 40 บาท/กก. มะเขือเปราะขึ้น 5 บาท จาก 20 บาท เป็น 25 บาท/กก. ผักกาดขาว และกะหล่ำปลีขึ้น 5 บาท จาก 30 บาท เป็น 35 บาท/กก. ผักกาดหอมขึ้น 20 บาท จาก 80 บาท เป็น 100 บาท/กก.

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ค่าไฟกำลังปรับตัวอีก 5 บาทต่อหน่วย ซ้ำยังมีภาวะการแพร่ระบาดระลอกใหม่เพิ่มเข้ามาเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเท่าตัว รวมถึงหมดกำลังใจในการใช้จ่ายเงินของประชาชนลดลง เนื่องจากรายจ่ายมากกว่ารายรับ การใช้จ่ายด้านบริโภคต้องลดลงตามการใช้จ่ายด้านอื่นที่เพิ่มขึ้น เพื่อประคองการใช้ชีวิตต่อไป และต้องคำนึงถึงการใช้จ่ายเงินในอนาคตด้วย ดังนั้น การใช้จ่ายภาคประชาชนช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงซบเซา

Adblock test (Why?)


สินค้าพาเหรดขึ้นราคาอีก 'น้ำตาล-พริกขี้หนู-ผงชูรส-ผัก-ผลไม้กระป๋อง' ดีเดย์ 1 ส.ค. ค้าส่งชี้กำลังซื้อซบเซา - มติชน
Read More

Thursday, July 28, 2022

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดกิจกรรม Kick Off "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" - Phitsanulok Hotnews

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ที่บริเวณพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ชุมชนพัฒนาแบบยั่งยืน ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก  นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” โดยปักกระถางพืชผัก ร่วมปลูกพืชผักสมุนไพรและโปรยเมล็ดพันธุ์ผัก รวม 28 ชนิด ปลูกต้นส้มซ่า เป็นสัญลักษณ์การขยายผลแปลงสาธิต “จากส้มซ่า สู่ ท่าโพธิ์” และเยี่ยมชมอุดหนุนผลิตภัณฑ์/ผลิตผลจากกิจกรรมกลุ่มสวัสดิการชุมชนสร้างรายได้ โคกหนองนาโมเดล และตลาดประชารัฐ เป็นจุดเริ่มต้นการสร้างรายได้ตามโครงการ “ปลุกพลังความคิด ปรับวิถีชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง เปลี่ยนเมืองพิษณุโลกสู่ความยั่งยืน (SDGs) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” ภายใต้โครงการอำเภอนำร่อง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการ และสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีนายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันทุกตำบล กลุ่มสวัสดิการชุมชนสร้างรายได้ เครือข่ายโคกหนองนา ครัวเรือนเป้าหมาย TPMAP ร่วมกิจกรรม

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า อำเภอเมืองพิษณุโลก ได้รับการคัดเลือกเป็นอำเภอนำร่อง ตามโครงการอำเภอนำร่อง บำบัดทุกข์บำรุงสุข แบบบูรณาการ และสร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง กระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระดับกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด 18 อำเภอทั่วประเทศ โดยนายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคผู้นำศาสนา และภาคสื่อมวลชน เสนอโครงการ “ปลุกพลังความคิด ปรับวิถีชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง เปลี่ยนเมืองพิษณุโลกสู่ความยั่งยืน (SDGs) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” เพื่อทำให้ “คน” ทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น และมีความทุกข์ลดน้อยลงจนหมดไป

นายนิสิต สวัสดิเทพ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก  กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” เป็นกิจกรรมหนึ่งตามโครงการที่ดำเนินการขับเคลื่อนด้วยพลัง “บวร” ในพื้นที่ 19 ตำบล 173 หมู่บ้าน ณ ครัวเรือนต้นแบบ หมู่บ้านละ 20 ครัวเรือน รวม 3,460 ครัวเรือน และ วัด 19 แห่ง โรงเรียน 19 แห่ง ดำเนินการคัดแยกขยะ จัดทำถังขยะอินทรีย์ และปลูกพืชผักผลไม้และสมุนไพร อย่างน้อยแห่งละ 15 ชนิด เพื่อบริโภค ลดรายจ่ายในครัวเรือน เหลือแบ่งปัน และจำหน่ายเพิ่มรายได้ ตามหลักทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง โดยกำหนด Kick Off “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” พร้อมกันทั้งอำเภอ และจัด Kick Off ณ แปลงสาธิต “จากส้มซ่า สู่ ท่าโพธิ์” ในวันนี้ ณ พื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ชุมชนพัฒนาแบบยั่งยืนการปลุกพลังความคิด กิจกรรม สร้างการรับรู้ และสร้างผู้นำระดับตำบล  ปรับวิถีชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรม บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง/ถนนกินได้/ถังขยะอินทรีย์  โคกหนองนาโมเดล  สวัสดิการชุมชนสร้างรายได้  ธนาคารพันธุกรรมพืช ตลาดประชารัฐ พื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ชุมชนพัฒนาแบบยั่งยืน (แปลงสาธิต “จากส้มซ่า สู่ ท่าโพธิ์” ข้างมหาวิทยาลัยนเรศวร)   เปลี่ยนเมืองพิษณุโลกสู่ความยั่งยืน กิจกรรมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพัฒนาแบบยั่งยืน (Somsa Sustainable Community Learning Center)

โดยบรรยากาศในวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมกันปลูกพืชผักสมุนไพร โปรยเมล็ดพันธุ์ 28 ชนิด คือ 1. พริก 2. คะน้า 3. กวางตุ้ง 4. ผักชีใบเลื่อย 5. ผักกาดหอม 6. หอมแบ่ง 7. ตะไค้หอม 8. มะขามเปรี้ยวยักษ์ 9. มะขามป้อม 10. มะกรูด 11. ผักชีลาว 12. สะระแหน่ 13. ถั่วพู 14. มะเขือเปราะ 15. มะเขือยาวสีม่วง 16. มะเขือยาวสีเขียว 17. ฟักทอง 18. ผักบุ้ง 19. ผักกาดขาว 20. คะน้า 21. ผักกาด 22. แมงลัก 23. กะเพรา 24. ผักสลัด 25. เวอเตอร์เครป 26. บวบงู 27. น้ำเต้า 28. โรสแมรี่ และปลูกต้นส้มซ่า นับเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างรายได้ ให้แก่ครัวเรือน และ ชุมชนต่อไป

///////

แสดงความคิดเห็น

Adblock test (Why?)


ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดกิจกรรม Kick Off "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" - Phitsanulok Hotnews
Read More

Wednesday, July 27, 2022

สรุปดราม่า ผักขม BNK48 เจอวิจารณ์หนัก ไม่มืออาชีพ เกือบทำโชว์ล่ม - kapook.com

          สรุปดราม่า ผักขม BNK48 เต้นไม่พร้อม - กินแรงเพื่อน - ลืมเนื้อเพลง เกือบทำโชว์ล่ม ชาวเน็ตวิจารณ์หนัก ดูไม่มืออาชีพ ยิ่งออกมาชี้แจงยิ่งเดือด ขอโทษเหมือนไม่ขอโทษ
 
ผักขม BNK48
          กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการไอดอล หลังจากที่มีชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์การแสดงของเกิร์ลกรุ๊ปวง BNK48 ในงานโชว์เพลงที่ 11 "Sayonara Crawl Roadshow Mini Concert" โดยมีสมาชิกร่วมแสดงทั้งหมด 6 คน ซึ่งคนที่โดนดราม่าก็คือ ผักขม BNK48 สมาชิกรุ่นที่ 2 นั่นเอง
 
ผักขม BNK48

จุดเริ่มต้นดราม่า ผักขม BNK48 คนตั้งคำถาม ได้ซ้อมกับเพื่อนบ้างไหม ?

          สำหรับจุดเริ่มต้นของดราม่าร้อนในครั้งนี้ เริ่มจากมีคนแชร์คลิปออกมาในโลกออนไลน์ว่าผักขมเต้นไม่พร้อมเพื่อนอย่างชัดเจน ดูเต้นกินแรง อีกทั้งยังจัดบล็อกกิ้งการเต้นไม่ดี ทำให้ชนกับสมาชิกในวง นอกจากนี้ยังลืมเนื้อเพลงที่จะร้องจนโชว์เกือบล่ม แต่ได้สมาชิกรุ่น 3 ช่วยพากลับเข้าเพลง
 

         จากสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เอง ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ผักขมได้ซ้อมการแสดงกับเพื่อนบ้างหรือเปล่า เพื่อนคนอื่นดูตั้งใจกับการแสดง ในขณะที่ผักขมเต้นผิด ร้องผิด แต่ยังยิ้มและหัวเราะ ทั้งที่โชว์เกือบล่ม ดูไม่เป็นมืออาชีพเลยทั้งที่เดบิวต์มานานแล้ว

ผักขม BNK48

ยิ่งชี้แจงคนยิ่งเดือด ขอโทษเหมือนไม่ขอโทษ

          หลังจากที่มีดราม่าระอุโลกออนไลน์ ผักขมก็ออกมาไลฟ์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า เต้นไม่ดีจริง ไม่ได้ออกมาแก้ตัวอะไร อยากออกมาขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง เพราะงานครั้งนี้ตนไม่พร้อมจริง ๆ
 

          เรื่องที่ผักขมได้ขึ้นโชว์ เพราะมีพี่ทีมงานแจ้งมาว่าคนไม่พอแล้ว ผักขมก็เลยไปให้ โดยในลิสต์มีหลายเพลงที่ไม่เคยเล่นเลย แล้วก็ต่อท่าวันนั้นเลย ซึ่งการบล็อกกิ้งก็มีเวลาซ้อม 4 วัน เเละมีวันหนึ่งที่ไม่สบาย ไปฉีดยา จึงได้ซ้อม 3 วัน รู้ท่ามาก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ได้มาแก้ตัว แต่อยากมาเล่าให้ฟัง

ผักขม BNK48

ภาพจาก Instagram phukkhom.bnk48office

          อย่างไรก็ตาม มีคำพูดที่ชาวเน็ตรู้สึกไม่พอใจ เมื่อผักขมบอกว่า "ไอดอลไม่จำเป็นต้องเต้นเก่ง อย่าเทียบกับไอดอลเกาหลี นี่เป็นไอดอลญี่ปุ่น เพลงเดียวกัน ท่าเดียวกัน แต่เต้นไม่เหมือนกัน" ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่ดูถูกไอดอลญี่ปุ่นไปหน่อย เพราะมีคนที่เต้นเก่งและดีกว่านี้มาก เสียดายโอกาสที่ได้มายืนตรงนี้
 

          นอกจากนี้ในช่วงหนึ่ง ผักขมได้พูดถึงชาวเน็ตที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า "ขอบคุณนะคะที่สนใจผัก และก็ทำให้ผักดูแย่ลง ขอบคุณมาก ๆ ที่ทำให้ผักรู้สึกว่าได้เจ็บปวดกับการที่โดนใครสักคนทำร้ายผัก โดยที่ผักไม่ได้รู้จักเขา หรือผักไม่เคยทำอะไรเขาเลย ผักเข้าใจนะคะว่าคนเรามีหลายประเภท บางคนก็ไม่ได้รู้จักผักหรอก แต่ว่าด้วยตามกระแสต่าง ๆ ก็เลยอยากเข้ามามีส่วนร่วมด้วย อะไรต่าง ๆ แต่..ผักเข้าใจแหละบางทีคนเราก็อยากหาที่ระบายบ้าง" ซึ่งก็ยิ่งทำให้ชาวเน็ตเดือดเข้าไปใหญ่ เพราะมองว่าเป็นการขอโทษที่เหมือนไม่ขอโทษ
 

ผักขม BNK48

ภาพจาก Instagram phukkhom.bnk48office

ผักขม BNK48

ภาพจาก Instagram phukkhom.bnk48office

Adblock test (Why?)


สรุปดราม่า ผักขม BNK48 เจอวิจารณ์หนัก ไม่มืออาชีพ เกือบทำโชว์ล่ม - kapook.com
Read More

ผักขม BNK48 เต้นผิด-ยืนนิ่งหัวเราะ ทำเพื่อนร่วมวงงงไปด้วย - อีจัน Ejan

กลายเป็น ดราม่า สนั่นโซเชียลเลยทีเดียว สำหรับ กรณีของ ผักขม หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง BNK48 ที่เจ้าตัวได้ขึ้นเวทีโชว์เต้นกับเพื่อนๆ แต่ดูเหมือนว่า ผักขม จะมีเวลาซ้อมเต้นน้อย ทำให้เต้นผิด แล้วยืนหัวเราะบนเวที ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ทำให้เกิดแฮชแท็ก #PhukkhomBNK48 คิดเทรนด์บนทวิตเตอร์

Adblock test (Why?)


ผักขม BNK48 เต้นผิด-ยืนนิ่งหัวเราะ ทำเพื่อนร่วมวงงงไปด้วย - อีจัน Ejan
Read More

7 ถั่ว ธัญพืช ผักที่ควรกินตอนเช้า กินแล้วมีประโยชน์ สุขภาพดีตั้งแต่เช้า - TrueID Women

     มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ ยิ่งถ้าเลือกกินอาหารที่เหมาะสำหรับยามเช้าอย่าง 7 ถั่ว ธัญพืช และผักตามนี้แล้ว ก็จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ดี เติมประโยชน์ให้ร่างกาย ดีกว่าอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารจานด่วนต่างๆ !!

1. ปวยเล้ง

     ปวยเล้ง (Spinach) มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจและลดระดับลดคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีไนเตรต (Nitrates) ที่มาช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนั้นปวยเล้งก็ยังมีวิตามินจำเป็นต่อร่างกายอย่างเช่น วิตามินเอด้วยค่ะ

2. เห็ด

     เห็ด เป็นแหล่งของไฟเบอร์และโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีพรีไบโอติกส์ที่ช่วยเติมแบคทีเรียชนิดดีในระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี อีกทั้งเห็ดยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย

3. มันเทศ

     มันเทศ อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ กินแล้วมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังมีไฟเบอร์ที่มาช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี นอกจากนั้นมันเทศยังช่วยให้สุขภาพทางเดินอาหารดีขึ้นอีกด้วย

4. ข้าวโอ๊ต

     ข้าวโอ๊ต มีไฟเบอร์ที่เรียกว่า เบต้ากลูแคน (Beta glucan) กินแล้วมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้อิ่มท้อง ไม่ทำให้หิวบ่อย ป้องกันไม่ให้กินมากเกินไป นอกจากนั้นข้าวโอ๊ตยังถือเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก วิตามินบี แมงกานีส แมกนีเซียม ซิงค์ และซีลีเนียมอีกด้วย

5. เมล็ดเจีย

     เมล็ดเจีย เป็นแหล่งของไฟเบอร์ กินแล้วช่วยให้อิ่มมากขึ้น หิวน้อยลง อีกทั้งไฟเบอร์ในเมล็ดเจียยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คง และยังดีต่อสุขภาพของหัวใจอีกด้วย

6. เมล็ดแฟลกซ์

     เมล็ดแฟลกซ์ อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 โปรตีน และไฟเบอร์ กินแล้วมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันมะเร็งเต้านมได้ดีอีกด้วย

7. ถั่ววอลนัท

     กินถั่ววอลนัทแล้วดีต่อหัวใจและหลอดเลือด เพราะถั่ววอลนัทอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือไขมันเลวได้อีกด้วย นอกจากนั้นถั่ววอลนัทยังเป็นแหล่งของวิตามินอี โฟเลต และแมกนีเซียมด้วยค่ะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

Adblock test (Why?)


7 ถั่ว ธัญพืช ผักที่ควรกินตอนเช้า กินแล้วมีประโยชน์ สุขภาพดีตั้งแต่เช้า - TrueID Women
Read More

Tuesday, July 26, 2022

ครูสอนเปียโนที่ชอบปลูกผักและกุหลาบเป็นงานอดิเรก - Sanook

การปลูกผักเองอาจเริ่มต้นแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขที่ได้ลงมือทำ เป็นความสุขที่เกิดขึ้นในบ้านของคุณแคท-แคทลียา ประวัติวงษ์ ครูสอนเปียโนที่ยามว่างจากการสอนก็มีกิจกรรมที่สร้างสุขให้กับตัวเองคือปลูกผักสวนครัวบนดาดฟ้าชั้น 2 ของบ้าน และมีสวนกุหลาบที่ชั้น 1 บริเวณทางเดินเข้าห้องเรียนเปียโน โดยปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ไว้เป็นมุมหย่อนใจและเป็นพื้นที่รับรองสำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน

เริ่มทีละนิดค่อยๆ ลงมือทำ

ชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้มาตั้งแต่อยู่บ้านหลังเก่า พอมาอยู่บ้านหลังนี้ที่นี่แทบจะไม่มีสวนเลย แต่ด้วยความชอบต้นไม้จึงใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งที่ไม่ต่อเติมตามแบบมาทำเป็นสวนปลูกกุหลาบ คืออยากได้สวนสวยๆ หน้าห้องสอนเปียโน มองออกไปเห็นสีเขียวของต้นไม้ ได้กลิ่นหอมๆ ของดอกไม้

พันธุ์แรกที่ปลูกคือ Soeur Emmanuelle

พันธุ์แรกที่ปลูกคือ Soeur Emmanuelle เป็นพันธุ์ที่ออกดอกตลอด จากนั้นซื้อเพิ่มมาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็มีถึง 80 กระถาง พันธุ์ที่ชอบเป็นพิเศษคือ Robin ซึ่งมีกลิ่นหอมเหมือนพีชหวานๆ อีกพันธุ์ที่ชอบคือ Romantic Tutu มีสีส้มเข้ม กลิ่นจะซูเปอร์โรสมากๆ ส่วนตัวที่หลงรักกุหลาบเพราะชอบกลิ่นเป็นอันดับแรก ส่วนรูปลักษณ์รองลงมา เสน่ห์ของกุหลาบคือกลิ่นหอมๆ เดินผ่านก็จะได้กลิ่นหอมสดชื่น เรามีความสุขที่ได้เดินตัด เดินเล็ม เดินเก็บใบเหลืองทุกวัน

จากสวนกุหลาบชั้น 1 ของบ้านมาสู่การปลูกผักสวนครัวที่ดาดฟ้าชั้น 2 ซึ่งเดิมมีพื้นที่อยู่น้อยมาก ต่อมาจึงขยายให้สามารถปลูกผักได้อีกมากมาย โดยการปลูกผักสวนครัวเริ่มต้นจากปลูกต้นกะเพรา โหระพา และพริกที่นำมาทำอาหารบ่อยๆ ปลูกไว้อย่างละ 1-2 กระถาง แต่พอมีโควิด-19 ออกจากบ้านไม่ได้ ด้วยความที่เราเป็นคนไฮเปอร์อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้เลยต้องหากิจกรรมทำ จึงมาปลูกผักสวนครัวที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร เพราะเป็นคนชอบทำอาหารซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารไทย

ผักที่อร่อยคือผักที่ปลูกเอง

เวลาเข้าครัวทำอาหาร เช่น มื้อค่ำทำเมนูยำ สลัด ผักที่ปลูกติดบ้านไว้ก็จะมีผักชี ต้นหอม สะระแหน่ ผักแพว ใบยี่หร่า ผักชีฝรั่ง ขึ้นฉ่าย มะกรูด พริก ผักสลัด คะน้า แมงลัก เมนูอื่นก็ซื้อเฉพาะเนื้อสัตว์เพราะเรามีวัตถุดิบที่เป็นผักอยู่แล้ว เช่น เมนูต้มยำ คั่วกลิ้งต้องใช้ผักมีกลิ่นทั้งหมด เมนูที่ใช้ใบกะเพรา โหระพาเราก็ปลูกไว้

 

จากนั้นก็เริ่มปลูกผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักกาดขาว มะเขือเทศ มะเขือเปราะ ชะอม มะเขือยาว ถั่วฝักยาว แล้วเริ่มเพาะเห็ดนางฟ้า เนื่องจากคุณแม่ของลูกศิษย์เห็นว่าเราชอบปลูกผัก เขาจึงชักนำเราเข้าสู่วงการ เห็ดเพาะง่าย ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เอาไว้ในที่ร่มๆ ชื้นๆ โดยไม่ต้องบำรุงอะไรมาก ช่วงหลังก็มีคุณแม่อีกท่านนำโรสแมรี่มาให้ปลูก รวมๆ แล้วผักที่ปลูกจนถึงวันนี้ก็มีประมาณกว่า 40 ชนิด

เรียนรู้ ลองผิด ลองถูก

ช่วงแรกจะซื้อต้นอ่อนมาปลูก หลังจากศึกษาหาข้อมูลในยูทูบก็เริ่มซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะเอง เพราะเราอยากเห็นกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นว่ามันโตมาอย่างไร พอซื้อเมล็ดมาเพาะเองก็เป็นที่มาของโรงเรือนซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 4 โรงเรือน ผักที่อยู่ในโรงเรือนจะเป็นผักสลัด ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ผักที่ไม่ต้องการแดดมาก

พอเราปลูกผักสวนครัวแล้วก็แทบจะซื้อวัตถุดิบที่เป็นผักจากตลาดน้อยมาก ด้วยเราสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน อย่างขึ้นฉ่ายใช้เวลาเพาะกว่าจะงอกต้นอ่อนมาประมาณ 2 อาทิตย์ พอผ่านไป 40 วันแล้วเขาก็จะโตเร็ว สามารถตัดทานได้เรื่อยๆ ในขณะที่ผักบุ้ง 7-10 วันก็ตัดได้แล้ว ซึ่งผักบุ้งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนที่ไม่เคยปลูกผัก เนื่องจากปลูกง่าย โตง่าย ทำให้คนปลูกมีกำลังใจ

ส่วนผักสลัด ประมาณ 45-50 วันก็สามารถตัดทานได้ และประมาณ 7 วันเราก็จะเห็นเป็นหัวมีใบแท้ขึ้นมา เคยดูในยูทูบถ้าบำรุงด้วยฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนนมสด ผักจะกรอบอร่อยไม่ขม จึงเป็นที่มาในการทำปุ๋ยเองด้วย เช่น ฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนนมสด ฮอร์โมนน้ำซาวข้าว และก็เริ่มซื้อแหนมาปลูกเองเพื่อจะใช้เป็นปุ๋ยผสมกับน้ำแล้วรดผัก ผักก็จะสดชื่น

บางทีเราก็เปลี่ยนเป็นมูลไส้เดือนผสมเปลือกไข่บด หรือปุ๋ยคอกหมักผสมกับแหนแดง พอมาดูยูทูปก็เลยลองซื้อมาปลูกเอง ก็คือเอาแหนมาใส่ปุ๋ยคอก ใส่ดินไปนิดหนึ่ง ขังไว้ในถาดน้ำเขาก็โตเร็วมาก เราก็ตักมาใช้ปรุงกับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและใส่ต้นไม้ดีมาก ทุกสิ่งทุกอย่างเรียนรู้จากยูทูป อินเตอร์เน็ต หรืออย่างผักบางชนิดถ้าเพาะแล้วไม่ขึ้นเราก็เรียนรู้ทดลองทุกอย่างตามเกษตรกรเก่งๆ หลายคน

เติมความสุนทรีให้ชีวิต

สิ่งเหล่านี้คือความสุข เราจะชื่นใจเมื่อได้กลิ่นกุหลาบ ได้เห็นสีเขียวๆ ของต้นไม้ ได้รดน้ำ ได้เห็นยอดอ่อนที่แตกออกมาใหม่ ได้เห็นเมล็ดที่ลงดินเจริญเติบโตผลิใบก็กลายเป็นความสุขใจเล็กๆ อีกทั้งยังเป็นการฝึกความสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิ และความอดทนที่จะรอผลผลิตออกมา ซึ่งหากเราอยากกินอะไรเพียงหิ้วตะกร้ากับหยิบกรรไกรเดินไปเก็บผักสวนครัวที่ปลูกไว้ แล้วนำมาปรุงกินเองได้เลย มันเป็นความรู้สึกเหมือนยกซูเปอร์มาร์เก็ตมาอยู่ที่บ้าน

Adblock test (Why?)


ครูสอนเปียโนที่ชอบปลูกผักและกุหลาบเป็นงานอดิเรก - Sanook
Read More

Saturday, July 23, 2022

‘อดีตฉันทนา’ มาเป็นกูรูเกษตรอินทรีย์ ชีวิตหญิงแกร่ง ‘แอน พรมศักดิ์’ รักที่จะทำแล้วไม่ท้อ..‘สวนผักในกรุง!!’ - เดลินิวส์ออนไลน์

รายได้จากการปลูกผักขายอาจจะไม่ได้เยอะ แต่กลับทำให้เรารู้สึกดีและภูมิใจมาก“

…เจ้าของสวนผัก “เกษตรสุขกลางกรุง ณ ทุ่งบางเขน” บอกกับเราเรื่องนี้ ในวันที่เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนเธอที่สวนซึ่งกำลังเป็นแลนด์มาร์คใหม่ให้กับผู้คนที่ชื่นชอบผักสดปลอดสารพิษ โดยนอกจากเรื่องราวของสวนผักในเมืองแห่งนี้แล้ว กับเส้นทางชีวิตของเธอก็น่าสนใจเช่นกัน ซึ่งวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จัก สัมผัสเรื่องราววิถีชีวิตของผู้หญิงคนนี้… “แอน พรมศักดิ์”

’การที่เราหันมาปลูกผักอย่างจริงจังและทำมาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักจนไม่มีเวลาใส่ใจตัวเอง กินแต่อาหารไม่มีประโยชน์ ทำให้ต้องหันกลับมาดูแลสุขภาพ และปรับพฤติกรรมการกินของตัวเองอย่างจริงจัง โดยหันมาเน้นกินผักมากขึ้น และก็เริ่มปลูกผักไว้กินเอง จากสวนครัวในกระถางที่ปลูกบริเวณหน้าบ้านทาวน์เฮาส์…“ เสียงจาก แอน พรมศักดิ์ เจ้าของสวนผักในเมืองรายนี้เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเธอกับสวนผัก

พร้อมกันนี้เธอได้เล่าย้อนถึงเส้นทางช่วงวัยเด็กของตัวเองให้เราฟังว่า เธอเกิดและเติบโตที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งด้วยข้อจำกัดเรื่องฐานะทางบ้าน หลังจบ ป.6 เธอก็ต้องออกจากโรงเรียน และมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำ เริ่มจากทำงานรับจ้างทั่วไป พอโตขึ้นมาหน่อยก็ไปเป็นสาวโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยทำงานโรงงานได้ประมาณ 4 ปี เธอก็ได้แต่งงานกับสามี คือ “ตี๋-ไชยรัตน์ นิยมรัตน์ โดยหลังจากแต่งงานเธอและสามีก็ย้ายมาอาศัยอยู่ที่ซอยพหลโยธิน 55 และช่วยกันทำงานรับเหมาเกี่ยวกับเข็มเจาะ ทำฐานราก

ต่อมา หลังจากที่มี “ลูกสาว” คือ “น้องอันดา นิยมรัตน์” เธอก็ต้องหยุดทำงานเพื่ออยู่บ้านเลี้ยงลูก จนเมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมาหน่อย เธอก็ได้มาเซ้งร้านข้าวมันไก่ในซอยที่อาศัยอยู่เพื่อช่วยสามีหารายได้อีกทางหนึ่ง

แอน เล่าต่อว่า แรก ๆ ที่ทำข้าวมันไก่ขาย เรียกว่าร้านแทบเจ๊ง แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ยอมแพ้ ก็เลยพยายามศึกษาพัฒนาปรับปรุงสูตรใหม่ ปรากฏว่าขายดีมากขึ้น จากนั้นเธอก็เพิ่มเมนูก๋วยเตี๋ยวเข้ามา ขณะที่ช่วงเย็นก็ขายเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด แต่ก็ยังไม่พอ หลังจากที่ขายของไปได้ระยะหนึ่ง แอนมองว่าในซอยที่เธออาศัยอยู่นั้นอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ดูจะรายได้ดี เพราะในซอยมีหอพักและมีนักศึกษาอยู่เยอะ เธอก็เลยตัดสินใจขับวินมอเตอร์ไซค์ด้วยในช่วงที่ร้านหยุดหรือช่วงเย็นที่พอมีเวลาว่าง หรือหากไม่มีเวลาวิ่งวินเอง ก็จะปล่อยคิวให้คนอื่นเช่า โดยเธอบอกว่า จะไม่ยอมปล่อยทิ้งเวลาว่างไปเฉย ๆ อย่างเด็ดขาด   

กับคนที่เธอสุดรัก สามี และลูกสาว

’ทีแรกแค่จะทำขายเป็นอาชีพเสริม แต่กลายเป็นว่าร้านข้าวมันไก่กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักให้เราเลย เพราะงานรับเหมาของแฟนก็เริ่มน้อยลง บวกกับมีปัญหาหลายอย่าง ที่สุดแฟนจึงเลิกทำงานรับเหมา แล้วมาช่วยเราค้าขายอย่างเต็มตัว“ แอนบอกเล่าถึงจุดเปลี่ยนชีวิตทางอาชีพของครอบครัวเธอ

อย่างไรก็ตาม แม้การค้าขายจะสร้างรายได้อย่างดีก็จริง แต่กลายเป็นว่าเรื่องของสุขภาพของเธอนั้นกลับเริ่มแย่ลง จากสาเหตุที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เพราะตั้งแต่เปิดร้านจนถึงเก็บร้าน เธอแทบไม่มีเวลากิน กินก็ไม่ตรงเวลา กินแบบรีบ ๆ เอาที่ง่าย ๆ ให้อิ่มเพื่อจะได้มาขายของ สุดท้ายก็ทำให้เธอเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอหันกลับมาใส่ใจสุขภาพตัวเอง ปรับพฤติกรรมการกิน และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้หันมาทำสวนผักปลอดสารพิษ โดยศึกษาการปลูกผักจริงจัง จนขยับขยายกลายมาเป็นสวนผักของเธอเอง โดยเธอตั้งชื่อว่า “เกษตรสุขกลางกรุง ณ ทุ่งบางเขน”

’ตอนนั้นหมอบอกว่าต้องกินยา แต่เราไม่อยากกินยา ก็เลยถามหมอว่าต้องทำยังไง หมอก็แนะนำในเรื่องของการควบคุมอาหาร เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หันมากินผักผลไม้ให้เยอะ ๆ แต่พอเราไปซื้อผักที่ตลาดมากินรู้สึกว่ารสชาติแปลก ๆ ทำให้เริ่มไม่มั่นใจว่าผักที่กินจะปลอดภัยจริงไหม ทำให้หันมาปลูกผักกินเอง ก็เลยเริ่มศึกษาการปลูกผักในกระถาง โดยใช้พื้นที่หน้าบ้านทาวน์เฮาส์ ที่ก็มีอยู่ไม่เยอะ ทีนี้พอศึกษาเรื่องการปลูกผักอินทรีย์ ก็ต้องเรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมัก พอดีรู้ว่าลูกค้าประจำที่ร้านข้าวมันไก่คนหนึ่งเขาเลี้ยงไก่ แพะ ควาย และม้า อยู่ท้ายซอย เราก็ไปที่บ้านเขาเพื่อไปขอมูลสัตว์มาทำปุ๋ยหมัก ก็เลยได้มาเห็นว่าท้ายซอยที่อยู่มา 10 กว่าปี มันมีพื้นที่ดูเป็นธรรมชาติอยู่ด้วย“

แอน กับผลิตผลจากสิ่งที่เธอรักที่จะทำ

เธอเล่าอีกว่า พอได้เห็นที่ดินผืนนี้ เธอก็ตกหลุมรักทันที เพราะมีบรรยากาศเหมือนตอนอยู่บ้านนอก ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนเป็นเด็ก หลังจากวันนั้นถ้าหากมีเวลาหรือวันหยุดเธอกับสามีก็มักจะพาลูกเข้าไปอยู่ที่บ้านของพี่ที่เลี้ยงสัตว์ท้ายซอยคนนี้ บางทีก็ไปพูดคุย บางครั้งก็ไปปิ้งย่างทำอาหารกิน ไปช่วยเขาเลี้ยงสัตว์ พาลูกไปปลูกผัก จนเริ่มไม่อยากจะกลับมาอยู่ที่บ้านเลย

จนวันหนึ่ง พี่คนนั้นได้บอกว่า ที่ดินที่อยู่ตรงข้ามกับที่ดินของพี่คนนี้รอขายอยู่ และระหว่างรอขายก็ปล่อยให้เช่า พอรู้เรื่องนี้ เธอกับสามีก็ไปติดต่อขอเช่าทันที โดยเป็นการเช่าแบบปีต่อปี ซึ่งตอนนั้นเธอไม่ได้คิดกังวลเลยว่าหากวันหนึ่งเจ้าของที่ดินขายที่ได้เธอก็ต้องย้ายออก

’ตอนที่ตกลงเช่าที่ ก็มีคนมาพูดว่าเราบ้า เพราะหากเจ้าของขายที่ดินได้ เราก็ต้องย้ายออก อีกอย่างที่ตรงนี้ หากฝนตกหนักน้ำก็ท่วมด้วย แต่เราไม่สนใจ เพราะด้วยความอยากทำ บอกตรง ๆ จังหวะนั้นรู้สึกเริ่มเบื่อกับชีวิตที่ต้องเร่งรีบจนไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว ซึ่งการค้าขายอาจเป็นอาชีพที่ทำให้เรามีรายได้ดีก็จริง แต่พอลองบวกลบคูณหารแล้ว กลับพบว่าเราขาดทุนด้านสุขภาพกายสุขภาพจิตมากกว่า“ แอนเล่าถึงเรื่องที่เป็นอีกจุดที่ทำให้เธอตัดสินใจเดินหน้าลุยโปรเจคท์นี้

แล้วพอสัญญาเช่าที่ผืนนี้ผ่าน เธอกับสามีก็เริ่มพลิกที่รกร้างให้เป็น “สวนผักกลางเมืองในฝันของเธอ” และหันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยเธอได้ขออนุญาตเจ้าของที่เพื่อปรับพื้นที่ ขุดสระน้ำไว้กักเก็บน้ำฝน และขอปลูกกระต๊อบเล็ก ๆ อีก 1 หลังเพื่อไว้สำหรับอยู่อาศัย ซึ่งเจ้าของที่ก็ใจดีและสนับสนุนเต็มที่ หลังจากปรับพื้นที่และปลูกกระต๊อบเสร็จ เธอกับสามีก็พาลูกย้ายเข้ามาอยู่ในทันที ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว

’ตอนมาอยู่แรก ๆ ก็ต้องออกไปดูร้านข้าวมันไก่ด้วย แต่ตอนหลังตัดสินใจยกร้านให้น้องชายกับน้องสะใภ้เอาไปดูแล เพราะไม่อยากออกไปจากสวนแล้ว ซึ่งผักที่ปลูกได้ หลัก ๆ จะไว้กินเอง ส่วนถ้าเหลือก็เก็บใส่ถุงไปขายที่ร้านข้าวมันไก่ ซึ่งกลายเป็นว่าการที่ขายผักที่เราปลูกเองได้ 20-30 บาท ทำให้เรารู้สึกดีมากกว่าขายข้าวมันไก่อีก“

หลังจากนั้นแอนก็เลยคุยกับสามีว่าอยากจะปลูกผักขายแบบจริงจัง โดยช่วยกันทำ 2 คน จากนั้นก็ขยับขยายแปลงผักมาเรื่อย ๆ จากปลูกผักสวนครัว ก็มาปลูกผักกินสด และผักสลัดหลายชนิด จากนั้นก็มาทำเพจเฟซบุ๊กและยูทูบเพื่อให้คนรู้จักและเป็นช่องทางให้ความรู้กับคนอื่น ๆ จนสวนของเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีคนสอบถามเข้ามาว่า อยากให้เปิดคอร์สสอนปลูกผัก เธอเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีก็เลยจัดอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็มีคนมาเรียนกับเธอแล้วกว่า 50 รุ่น รวม ๆ แล้วก็มีคนที่เธอให้ความรู้ไปแล้วมากกว่า 1,000 คน

กระต๊อบเกษตรสุขกลางกรุง

’ตอนช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ยิ่งมีคนมาขอลงเรียนปลูกผักเยอะมาก เพราะตอนนั้นคนต้องกักตัวอยู่บ้าน จึงอยากที่จะปลูกผักเอาไว้กินเอง ซึ่งคนที่มาเรียนปลูกผักกับเราก็มีหลากหลายอาชีพมาก ส่วนใหญ่ที่มาเรียนเพราะเขาก็อยากปลูกผักกินเอง และส่วนหนึ่งก็อยากปลูกขายทำเป็นอาชีพเสริมด้วย แอนเล่าให้ฟังเรื่องนี้ พร้อมรอยยิ้มอย่างภูมิใจ ที่จากคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการทำเกษตรมาก่อน แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตก็พลิกผันกลายมาเป็น “ผู้ให้ความรู้ด้านเกษตร” กับคนอื่น ๆ ได้

ทั้งหมดนี้ เธอย้ำว่า เกิดจากคำ 2 คำ นั่นคือคำว่า “พยายาม” และคำว่า “ไม่ยอมแพ้” นั่นเอง

ก่อนจากกันวันนั้น แอน พรมศักดิ์ เจ้าของสวนผักกลางเมืองคนเดิม บอกกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า เธออาจจะไม่ได้เป็นคนที่เก่งที่สุด แต่ก็พร้อมที่จะแชร์ความรู้ให้กับคนอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือ และเพื่อให้เดินไปด้วยกัน ซึ่งทุกครั้งที่ได้สอนให้คนอื่นสามารถนำความรู้ที่เธอมอบให้กลับไปทำได้สำเร็จ เธอมีความสุขมาก ๆ อย่างไรก็ดี เหนือสิ่งอื่นใดที่เธออยากขอบคุณมากที่สุดก็คือ “สามี” ที่เป็นคนที่คอยสนับสนุนและพร้อมเดินไปกับเธอด้วยกันตลอด… ’เราถือว่าตัวเราโชคดีมากที่สุด ที่สามีเรามีความชอบและความคิดเป็นไปในทิศทางเดียวกับเรา แถมสนับสนุนทุกก้าวที่เราจะเดินไปตลอด จนถึงกับต้องบอกตัวเองเลยว่า…

ไม่มีเขา…ไม่มีเราวันนี้“.

‘ความกล้า’ คือ ‘คาถาความสำเร็จ’

แอน พรมศักดิ์ เธอเล่าด้วยว่า เป้าหมายตอนนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ก็คุยกับสามีไว้ว่าหากอายุมากขึ้นก็อยากมีที่ดินไว้ปลูกป่าใช้ชีวิตที่สงบ ไม่ได้คิดที่จะสร้างให้ใหญ่โตไปกว่านี้แล้ว เพราะถ้าทำเยอะเกินไปก็จะเข้าไปอยู่ในลูปเดิม ๆ ที่เคยหนีออกมา ส่วนที่หลายคนชอบบอกว่า “เธอบ้ามาก” ที่กล้าลงทุนปลูกผักในเมืองแบบนี้ เธอเองคิดว่า ถ้าหากเธอไม่กล้าลงมือทำตอนนั้น ก็คงไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน ดังนั้น สำหรับคนที่มาขอคำแนะนำ เธอก็จะบอกว่า อันดับแรกเลยคือ ควรเริ่มจากศึกษาหาความรู้ และเมื่อคิดว่าอยากทำจริง ๆ แล้ว ก็ต้องกล้าเริ่มลงมือทำเลย แล้วประสบการณ์จะสอนเราเอง ว่าอะไรใช่ หรืออะไรไม่ใช่

’กล้าที่จะทำก่อน ขออย่าไปกลัวปัญหา และอย่าไปคิดว่า ปลูกแล้วไม่รอด ปลูกแล้วตาย อย่าพูดอย่าคิดกับตัวเองแบบนั้น ให้คิดว่าที่ปลูกไม่ได้ เพราะยังพยายามไม่พอ อย่างเราเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานเลย แต่อาศัยใจสู้ ไม่ท้อ ก็เลยมาได้จนถึงวันนี้“.

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

Adblock test (Why?)


‘อดีตฉันทนา’ มาเป็นกูรูเกษตรอินทรีย์ ชีวิตหญิงแกร่ง ‘แอน พรมศักดิ์’ รักที่จะทำแล้วไม่ท้อ..‘สวนผักในกรุง!!’ - เดลินิวส์ออนไลน์
Read More

ลูกค้าเข้าร้านสะดวกซื้อ หยิบถ้วยสลัดผักกะประทังความหิว เปิดออกมาถึงร้อง - Tnews - ทีนิวส์

เรียกได้ว่า ใครเจอแบบนี้ก็คงจะเซ็งไปเล็กน้อย เพราะกว่าจะได้กินคงจะต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ขณะที่ชาวเน็ตคนอื่นๆ ต่างก็เข้ามาคอมเม้นต์แซว บ้างก็บอกว่า "แล้วจะแถมตะเกียบมาด้วยทำไม" รวมถึงคนที่บอกว่า "นี่คงได้รับความนิยมในฐานะอาหารไดเอต เพราะน่าจะผลาญแคลอรี่มากกว่าตอนที่เราได้กิน" 


ขณะที่โพสต์ดังกล่าวถูกรีทวีตไปกว่า 5 พันครั้ง และเรียกไลก์อีกกว่า 8.7 หมื่นไลก์แล้ว ซึ่งยังมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง บ้างก็บอกเพิ่มเติมว่า นี่แหละนะ ความหิวเป็นเหตุ จากที่จะได้กินผักเพื่อสุขภาพ แต่ได้ความหัวร้อนกลับมาแทน 

ลูกค้าเข้าร้านสะดวกซื้อ หยิบถ้วยสลัดผักกะกินประทังความหิว เปิดออกมา อห. จะได้กินตอนไหนกันเนี่ย

ภาพจาก ทวิตเตอร์ kenta_takeda04
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline
 

Adblock test (Why?)


ลูกค้าเข้าร้านสะดวกซื้อ หยิบถ้วยสลัดผักกะประทังความหิว เปิดออกมาถึงร้อง - Tnews - ทีนิวส์
Read More

4 ผักสีแดง ประโยชน์สูง ไม่แพ้ผักใบเขียว ดีต่อสุขภาพ ช่วยลดโรค - TrueID Women

     ผักสีแดง อุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) เบตาไซซีน (Betacycin) และสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยป้องกันมะเร็ง ลดไขมันเลวหรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความดันโลหิต แถมยังดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าประโยชน์แน่นไม่แพ้ผักใบเขียวเลย!

1. บีทรูท

     บีทรูท อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โพแทสเซียม ไฟเบอร์ โฟเลต วิตามินซี และไนเตรต ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้านด้วยกัน รวมถึงยังมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูงและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ดีค่ะ

2. มะเขือเทศ

     มะเขือเทศ เป็นแหล่งของไลโคปีน วิตามินซี และโพแทสเซียม ที่กินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงยังดีต่อผิวพรรณอีกด้วยค่ะ ใครอยากผิวสวยสุขภาพดี แนะนำให้กินมะเขือเทศเลย

3. พริกหวานสีแดง

     พริกหวานสีแดง มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 6 และโฟเลต กินแล้วดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แถมยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอีกด้วย ที่สำคัญยังมีแคลอรี่ต่ำ เหมาะกับคนลดน้ำหนักสุดๆ ค่ะ

4. หอมแดง

    การกินหอมแดง มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายไม่ว่าจะเป็น การช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ดีต่อสุขภาพหัวใจ บำรุงสมอง ควบคุมเบาหวาน ลดอาการภูมิแพ้ บำรุงกระดูก ดีต่อสุขภาพดวงตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวและผมได้อีกด้วย

บทความที่คุณอาจสนใจ

Adblock test (Why?)


4 ผักสีแดง ประโยชน์สูง ไม่แพ้ผักใบเขียว ดีต่อสุขภาพ ช่วยลดโรค - TrueID Women
Read More

คุ้ยประวัติ “เอก สวนผัก” เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส - ผู้จัดการออนไลน์

เค้นประวัติ “ เอก สวนผัก” ค้นบ้าน ยังไม่พบเชื่อมโยงคดีเงินกู้นอกระบบ ประสาน บก.สส.บช.น.ร่วมสืบ เล็งฟันข้อหา “ผู้มีอิทธิพล” วอนชาวบ้านช่วยแ...